การประกาศราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026(FIFA World Cup 2026) ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังโลกในช่วงปลายปี 2025 นี้ เมื่อราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ “ขูดรีด” แฟนบอล และอาจทำให้บรรยากาศในสนามเปลี่ยนไปตลอดกาล
สถิติช็อกโลก: ราคาตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ราคาพุ่งสูงกว่าปี 2022 ถึง 5 เท่า!
จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดพบว่า ราคาตั๋วในบางประเภทพุ่งสูงขึ้นกว่าฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์อย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศที่สนาม MetLife Stadium:
ตั๋วราคาถูกที่สุด (Category 4): จากเดิมในปี 2022 ราคาประมาณ $206 (ราว 7,200 บาท) พุ่งขึ้นเป็นกว่า $2,000 (ราว 70,000 บาท) หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า
ค่าใช้จ่ายรวม: หากแฟนบอลต้องการติดตามทีมรักตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงนัดชิงฯ อาจต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าตั๋วรวมกว่า 520,000 บาท ซึ่งยังไม่รวมค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นตามกลไกตลาด
กลยุทธ์ “Dynamic Pricing” และการตอบโต้ของ FIFA
สิ่งที่สร้างความไม่พอใจมากที่สุดคือการนำระบบ Dynamic Pricing (ราคาผันแปรตามดีมานด์) มาใช้ ซึ่งราคาจะผันผวนตามความต้องการของตลาด หากเป็นแมตช์ที่มีซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (หากทั้งคู่ยังลงเล่น) ราคาอาจพุ่งสูงขึ้นไปแบบไม่มีเพดาน
อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากองค์กรแฟนบอล (FSE) และผู้นำระดับประเทศ ล่าสุด FIFA ได้ประกาศเพิ่มตั๋วเกรดพิเศษ “Supporter Entry Tier” ในราคา $60 (ประมาณ 2,100 บาท) สำหรับทุกแมตช์รวมถึงนัดชิงชนะเลิศ แต่มีจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่ร้อยใบต่อแมตช์ ซึ่งกูรูมองว่าเป็นเพียง “การแก้ผ้าเอาหน้ารอด” เท่านั้น
เมื่อฟุตบอลโลกกลายเป็นสินค้า Luxury
ปัญหาเรื่องราคาตั๋วไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เงินในกระเป๋า แต่กำลังจะเปลี่ยน “วัฒนธรรมฟุตบอล”:
บรรยากาศในสนามที่จืดจาง: เมื่อตั๋วถูกผูกขาดโดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงหรือองค์กรธุรกิจ แฟนบอลพันธุ์แท้ที่เป็น “หัวใจ” ของการเชียร์อาจหายไปจากอัฒจันทร์
ความเหลื่อมล้ำระดับโลก: สำหรับแฟนบอลจากประเทศยากจน เช่น เฮติ (ที่เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรกในรอบหลายสิบปี) ราคาตั๋วใบเดียวอาจสูงกว่ารายได้ทั้งเดือนของพวกเขา
การเก็บค่าเข้า Fan Zone: ล่าสุดยังมีข่าวลือเรื่องการเก็บค่าเข้าชมในพื้นที่ Fan Zone บางแห่ง (ประมาณ $12.50) ซึ่งปกติเป็นพื้นที่ฟรีสำหรับคนทั่วไป ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ธุรกิจนำหน้าฟุตบอล
บทสรุปมุมมองจาก derby-match
ฟุตบอลโลก 2026 อาจจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ แต่ FIFA กำลังเดิมพันด้วย “ศรัทธา” ของแฟนบอลทั่วโลก หากฟุตบอลเข้าถึงได้เฉพาะคนรวย เสน่ห์ของกีฬามหาชนอาจจางหายไปในที่สุด


