สถานการณ์ของ สเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก เมื่อผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้าหมายและคะแนนในตารางอยู่ใกล้โซนตกชั้นอย่างอันตราย โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 9 นัด แต่พวกเขามีคะแนนนำหน้า เวสต์แฮม ทีมอันดับ 18 เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น
แม้โดยปกติแล้วสโมสรระดับ “บิ๊กซิกซ์” ของพรีเมียร์ลีกแทบจะไม่มีโอกาสตกชั้น เนื่องจากมีทรัพยากรและศักยภาพทางการเงินมหาศาล แต่ฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ในช่วงหลังทำให้ สเปอร์ส ตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างแท้จริง
หากเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นและพวกเขาต้องหล่นลงไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพ ผลกระทบที่จะตามมาอาจไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องผลงานในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสียหายทางการเงินระดับมหาศาลด้วย
รายได้หายมหาศาล หากต้องเล่นในแชมเปี้ยนชิพ
จากรายงานด้านการเงินของสโมสรฟุตบอลยุโรป ระบุว่า สเปอร์ส มีรายได้รวมประมาณ 690 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พวกเขาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของสโมสรที่มีรายได้สูงสุดในยุโรป
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์จากสื่อกีฬาอังกฤษคาดว่า หากสโมสรต้องตกชั้น รายได้รวมอาจลดลงมากถึงประมาณ 261 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลเดียว
หนึ่งในรายได้หลักของสโมสรคือรายได้จากวันแข่งขัน ซึ่งทำเงินให้ทีมสูงถึง 130 ล้านปอนด์ต่อปี และติดอันดับ 5 ของยุโรปในหมวดรายได้จากแฟนบอลที่เข้าสนาม
สนามเหย้าแห่งใหม่ของทีมที่ลงทุนสร้างกว่า 1 พันล้านปอนด์ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างรายได้จากแพ็กเกจ VIP และการขายตั๋วระดับพรีเมียม แต่หากต้องลงเล่นในแชมเปี้ยนชิพ ราคาตั๋วและจำนวนผู้ชมมีแนวโน้มจะลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดก็จะหายไปเป็นจำนวนมาก เพราะพรีเมียร์ลีกมีมูลค่าลิขสิทธิ์สูงกว่าลีกระดับรองหลายเท่าตัว รวมถึงรายได้จากเวทียุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่อาจหายไปด้วยเช่นกัน
สเปอร์ส ค่าใช้จ่ายยังสูง แม้รายได้ลดลง
แม้ว่าการตกชั้นอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนของ สเปอร์ส ลงได้ เช่น ค่าเหนื่อยนักเตะที่มีรายงานว่าสัญญาหลายฉบับมีเงื่อนไขลดค่าจ้างถึง 50% หากทีมตกชั้น
จากตัวเลขค่าเหนื่อยรวมที่เคยสูงถึง 276 ล้านปอนด์ต่อปี อาจลดลงเหลือประมาณ 138 ล้านปอนด์ แต่ถึงอย่างนั้นค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ของสโมสรยังคงสูงอยู่มาก
ในปีที่ผ่านมา สโมสรมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงถึง 260 ล้านปอนด์ ซึ่งรวมถึงค่าบริหารสนาม ค่าพลังงาน ค่าเดินทาง การตลาด และการบริหารองค์กร
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จำนวนมากไม่ได้ลดลงเพียงเพราะทีมลงเล่นในลีกที่ต่ำกว่า ตัวอย่างเช่น ค่าใช้พลังงานในการเปิดสนามแข่งขันตอนกลางคืน ไม่ว่าจะพบกับทีมระดับพรีเมียร์ลีกหรือทีมในแชมเปี้ยนชิพ ก็แทบไม่ต่างกัน
นอกจากนี้ สโมสรยังมีพนักงานประจำเกือบ 900 คน ซึ่งหมายความว่าหากไม่มีการปรับโครงสร้างองค์กร ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรก็ยังคงสูงเช่นเดิม
ขณะเดียวกัน อดีตแข้งดังของทีมอย่าง แกเร็ธ เบล ยังแสดงความเห็นว่า ปัญหาส่วนหนึ่งอาจมาจากแนวทางบริหารของสโมสรที่ระมัดระวังด้านการเงินมากเกินไป
เขามองว่า สเปอร์ส ควรกล้าลงทุนกับนักเตะระดับท็อปมากขึ้น เพราะในยุคฟุตบอลปัจจุบัน การดึงผู้เล่นคุณภาพสูงจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าเดิม และการไม่ยอมเสี่ยงทางการเงินอาจทำให้ทีมเสียเปรียบคู่แข่งในระยะยาว
ด้วยสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดเช่นนี้ ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลจึงกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ สเปอร์ส เพราะผลการแข่งขันในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจเป็นตัวตัดสินอนาคตทั้งในสนามและสถานะทางการเงินของสโมสร.
ทันทุกข่าว อัพเดททุกวัน ทันกระเเสวงการฟุตบอลก่อนใคร

