วงการลูกหนังแดนมักกะโรนีกำลังเผชิญสัญญาณอันตรายในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ เมื่อมีความเป็นไปได้สูงที่ สโมสรอิตาลี จะไม่มีทีมใดผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษ นับตั้งแต่ยุคที่เซเรีย อา ครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ อินเตอร์ มิลาน รองแชมป์ฤดูกาลก่อน ถูก โบโด/กลิมต์ จากนอร์เวย์เขี่ยตกรอบเพลย์ออฟแบบเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้ความหวังของอิตาลีต้องฝากไว้กับ ยูเวนตุส และ อตาลันตา เพียงสองทีมสุดท้าย
สถานการณ์กดดัน ยูเว่-อตาลันตาต้องพลิกเกม
ยูเวนตุสตกเป็นรอง กาลาตาซาราย ด้วยสกอร์รวม 5-2 ก่อนกลับมาเล่นนัดสองในตูริน ส่วนอตาลันตาตามหลัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0-2 และต้องเปิดบ้านไล่คืนสถานการณ์ให้ได้ หากทั้งสองทีมพลาดท่า นั่นหมายถึงฤดูกาลแรกในรอบกว่า 20 ปีที่อิตาลีจะไร้ชื่อในรอบน็อกเอาต์ของถ้วยใหญ่ยุโรป
ย้อนไปในอดีต ตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04 เป็นต้นมา เซเรีย อา มีตัวแทนเข้ารอบลึกเสมอ และเคยส่งถึงสามทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายหลายครั้ง แต่ภาพลักษณ์นั้นกำลังสั่นคลอน เมื่อผลงานในปีนี้สวนทางกับชื่อชั้นและงบประมาณของสโมสร
สัญญาณถดถอยของฟุตบอลสโมสรอิตาลี
ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องผลการแข่งขัน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของฟุตบอลอิตาลี ทั้งเรื่องจังหวะเกมที่ช้ากว่าลีกชั้นนำอื่น และการสูญเสียดาวดังออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สโมสรคู่แข่งจากลีกเล็กกลับพัฒนาอะคาเดมี่และระบบแมวมองได้ดีกว่า
แม้ก่อนหน้านี้อิตาลีจะประสบความสำเร็จในถ้วยรอง เช่น ยูโรปา ลีก หรือคอนเฟอเรนซ์ ลีก แต่แชมป์แชมเปียนส์ลีกครั้งสุดท้ายของชาติยังคงเป็นผลงานของ อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อปี 2010 เท่านั้น
สถานการณ์ปัจจุบันจึงถูกมองว่าเป็น “จุดเตือนภัย” ของฟุตบอลอิตาลี หากไม่เร่งปรับตัว ทั้งในระดับสโมสรและระบบเยาวชน โอกาสกลับไปยืนแถวหน้าของยุโรปอาจยิ่งห่างไกลออกไป
ทันทุกข่าว อัพเดททุกวัน ทันกระเเสวงการฟุตบอลก่อนใคร

