เรื่องราวของ เลสเตอร์ซิตี้ กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังที่ทั้งยิ่งใหญ่และเจ็บปวด ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี จากทีมที่เคยสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกวันอย่างน่าตกใจ
ผลเสมอ 2-2 กับ ฮัลล์ ซิตี้ เป็นการยืนยันชะตากรรมของ “จิ้งจอกสยาม” อย่างเป็นทางการ ปิดฉากช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยทั้งความสำเร็จและความเปลี่ยนแปลงภายในสโมสร
จากจุดสูงสุดสู่จุดเปลี่ยนของ เลสเตอร์ ซิตี้
ย้อนกลับไปในปี 2016 เลสเตอร์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยอัตราต่อรอง 5,000 ต่อ 1 กลายเป็นทีมมหัศจรรย์ของโลกฟุตบอล ก่อนจะต่อยอดด้วยแชมป์ เอฟเอคัพ 2021 และทะลุถึงรอบลึกในเวทียุโรป
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการสูญเสีย วิชัย ศรีวัฒนประภา จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ซึ่งส่งผลต่อทั้งโครงสร้างและทิศทางของสโมสรในระยะยาว
บวกกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่กระทบธุรกิจหลักของสโมสร ทำให้การลงทุนด้านผู้เล่นลดลง และเริ่มเห็นสัญญาณของการถดถอย
เปลี่ยนโค้ชไม่หยุด-ผลงานทรุด สุดท้ายร่วงลีกวัน
หลังยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เคยพาทีมลุ้นพื้นที่ยุโรป เลสเตอร์ กลับเริ่มเสียทิศทาง โดยมีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมหลายรายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี
ตั้งแต่ ดีน สมิธ, เอ็นโซ มาเรสกา, สตีฟ คูเปอร์ ไปจนถึง รุด ฟาน นิสเตลรอย และ แกรี่ โรเว็ตต์ แต่ไม่มีใครสามารถกอบกู้สถานการณ์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น การถูกหักแต้มจากปัญหาทางการเงินของลีกยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง ส่งผลให้ทีมต้องตกชั้นอีกครั้ง และคราวนี้หนักถึงระดับลีกวัน
ปัญหาภายในทีม ทั้งเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ความไม่ชัดเจนในแนวทาง และความไม่พอใจของแฟนบอล กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
เลสเตอร์ ซิตี้ ดิ่งเหว! จากแชมป์ปาฏิหาริย์ สู่ลีกวันในรอบ 10 ปี











