ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม K เกมระหว่าง โคลอมเบีย พบ โปรตุเกส จบลงแบบสุดเข้มข้น แม้สกอร์จะเสมอกัน 0-0 แต่รูปเกมเต็มไปด้วยโอกาสลุ้นประตูและดราม่า VAR ช่วงท้ายเกม โดยโคลอมเบียคว้าแชมป์กลุ่ม ขณะที่โปรตุเกสเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม
โคลอมเบีย พบ โปรตุเกส ครึ่งแรกแลกหมัดกันสนุก เซฟระดับโลกช่วยทีมรอด
เกมเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว โคลอมเบียเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกกดดันก่อนจากจังหวะของแนวรุกที่สร้างโอกาสได้หลายครั้ง โดยเฉพาะลูกโหม่งของ ฆอน กอร์โดบา ที่หลุดกรอบไปแบบน่าเสียดาย รวมถึงจังหวะยิงในเขตโทษที่ถูก ดิโอโก้ คอสต้า เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ฝั่งโปรตุเกสแม้จะครองเกมเป็นระยะ แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของโคลอมเบียได้ง่ายนัก อย่างไรก็ตาม บรูโน่ แฟร์นันเดส ก็มีโอกาสยิงที่ถูก คามิโล วาร์กาส ป้องกันไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอ 0-0
ครึ่งหลังโคลอมเบียบุกหนัก แต่ VAR ปฏิเสธชัยชนะช่วงท้ายเกม
ครึ่งหลังรูปเกมยังเป็นของโคลอมเบียที่เดินหน้าบุกต่อเนื่อง สร้างโอกาสจากการยิงของ ริชาร์ด ริออส และ กุสตาโว ปูเอร์ตา ขณะที่โปรตุเกสเน้นรอจังหวะสวนกลับ
ช่วงเวลาที่แฟนบอลเกือบได้เฮเกิดขึ้นในนาทีสุดท้าย เมื่อ ดาเวร์ซอน ซานเชซ โหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ VAR ตรวจสอบและตัดสินเป็นลูกล้ำหน้าเพียงเสี้ยวเท้า ทำให้สกอร์ยังไม่เปลี่ยน ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนบอลในสนามไมอามี สเตเดียม
แม้จะพลาดชัยชนะ แต่โคลอมเบียยังเพียงพอสำหรับการคว้าแชมป์กลุ่ม K ขณะที่โปรตุเกสจบอันดับ 2 และทั้งสองทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
สรุปเกม โคลอมเบีย พบกับ โปรตุเกส
เกม โคลอมเบีย พบกับ โปรตุเกส แม้จะจบแบบไร้สกอร์ 0-0 แต่เต็มไปด้วยคุณภาพและความเข้มข้นระดับสูง โคลอมเบียคว้าอันดับ 1 ของกลุ่ม K ด้วยผลงานแข็งแกร่ง ส่วนโปรตุเกสยังได้ไปต่อในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เตรียมลุยรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 อย่างเต็มตัว
โคลอมเบีย พบ โปรตุเกส สุดมันไร้สกอร์ 0-0 โคลอมเบียเข้ารอบอันดับ 1 กลุ่ม K











