ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยี่ยม จบลงด้วยชัยชนะของทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ที่โชว์ประสิทธิภาพเกมรุกเหนือกว่าอย่างชัดเจน ก่อนเอาชนะเจ้าภาพสหรัฐอเมริกาไป 4-1 พร้อมคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยมี ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร่ เป็นพระเอกของทีมจากการซัดคนเดียวสองประตู
สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยี่ยม เดอ เคเตลาเร่ ฟอร์มเด่น เบลเยี่ยมนำตั้งแต่ต้นเกม
เบลเยี่ยมออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร่ เข้าชาร์จจ่อ ๆ จากการผ่านบอลของ นิโกลัส ราสกิน ส่งทีมขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9
แม้เจ้าภาพจะตีเสมอได้ในนาทีที่ 31 จากลูกฟรีคิกของ มาลิก ทิลล์แมน ที่แฉลบ ฮันส์ วานาเก้น เปลี่ยนทางเข้าประตู แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน เพราะอีกเพียง 2 นาทีต่อมา เดอ เคเตลาเร่ โหม่งลูกเปิดของ เลอันโดร ทรอสซาร์ด เข้าไปอย่างเฉียบขาด พาเบลเยี่ยมกลับมานำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก
เบลเยี่ยมปิดเกมเด็ดขาด ลิ่วชนสเปนรอบก่อนรองฯ
ครึ่งหลัง สหรัฐอเมริกาพยายามเปิดเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน แต่กลับเสียประตูเพิ่มจากความผิดพลาดของ แมตต์ ฟรีส ผู้รักษาประตูที่จ่ายบอลพลาดจน เดอ เคเตลาเร่ ฉกบอลได้ ก่อนถวายพานให้ ฮันส์ วานาเก้น ยิงโล่ง ๆ เป็น 3-1 ในนาทีที่ 57
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โรเมลู ลูกากู ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ปิดท้ายด้วยการยิงมุมแคบผ่านมือผู้รักษาประตูเป็นประตู 4-1 ส่งให้เบลเยี่ยมคว้าชัยแบบขาดลอย
แม้ โฟลาริน บาโลกุน จะกลับมาลงสนามหลังโทษแบนถูกระงับชั่วคราว แต่ดาวยิงตัวเก่งของสหรัฐฯ แทบไม่มีโอกาสสร้างความแตกต่าง และถูกแนวรับเบลเยี่ยมปิดเกมได้อยู่หมัดตลอดทั้งเกม
เดอ เคเตลาเร่ แจ้งเกิดเต็มตัว พาเบลเยี่ยมลุ้นแชมป์ต่อ
เกมนี้ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร่ ทำผลงานโดดเด่นที่สุดด้วยการยิง 2 ประตู และมีส่วนร่วมกับเกมรุกอย่างต่อเนื่อง จนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ ขณะที่ โรเมลู ลูกากู ก็สร้างสถิติใหม่ในฟุตบอลโลกด้วยการเป็นผู้เล่นสำรองคนแรกที่ยิงได้ 3 ประตูในทัวร์นาเมนต์เดียว
ชัยชนะนัดนี้ยังตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของเบลเยี่ยม ซึ่งผสมผสานนักเตะดาวรุ่งกับแข้งประสบการณ์ได้อย่างลงตัว และผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างน่าประทับใจ
สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยี่ยม ปีศาจแดงถล่มเจ้าภาพ 4-1 ลิ่วรอบ 8 ทีม ฟุตบอลโลก 2026











