คำถามว่า ทำไมแมนยูเล่นดีตอนไม่มีบอล กำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริค เพราะตัวเลขสะท้อนภาพที่น่าสนใจอย่างชัดเจน เมื่อทีมทำผลงานได้ดีกว่าในเกมที่ไม่ได้เป็นฝ่ายครองบอล
นับตั้งแต่คาร์ริคเข้ามารับงาน ยูไนเต็ดเก็บคะแนนเฉลี่ยเพียง 1.5 แต้มต่อเกมในนัดที่ครองบอลมากกว่า 50% แต่ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 แต้มต่อเกมเมื่อครองบอลต่ำกว่า 50%
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ยูไนเต็ดชนะทั้ง 10 นัดล่าสุดที่มีสัดส่วนการครองบอลไม่เกิน 45% สถิติดังกล่าวสะท้อนว่าทีมมีความอันตรายอย่างมากเมื่อสามารถตั้งรับแล้วเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว
ทำไมแมนยูเล่นดีตอนไม่มีบอล? เพราะมีพื้นที่ให้ใช้เกมสวนกลับ
หนึ่งในคำตอบหลักอยู่ที่โครงสร้างผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีนักเตะหลายคนที่เหมาะกับการเล่นในพื้นที่เปิดมากกว่าการเจาะแนวรับที่ถอยลงไปตั้งรับหน้ากรอบเขตโทษ
เซนเน่ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูของทีมมีความสามารถในการเปิดบอลระยะไกล ขณะที่แนวรับอย่าง แฮร์รี แม็กไกวร์ และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ สามารถออกบอลขึ้นหน้าได้ดี
ในแนวรุก มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะที่พร้อมวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ ขณะที่ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ก็มีลักษณะการเล่นคล้ายกัน
เมื่อรวมกับ บรูโน่ แฟร์นันเดส ซึ่งมีจุดเด่นในการจ่ายบอลให้เพื่อนที่วิ่งขึ้นหน้า เกมของยูไนเต็ดจึงมีความอันตรายทันทีที่คู่แข่งเปิดพื้นที่ให้เล่น
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกมที่ยูไนเต็ดครองบอลน้อยกลับเป็นสถานการณ์ที่พวกเขาสามารถเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
ปัญหาใหญ่ของแมนยูคือการเจอทีมตั้งรับต่ำ
ในทางกลับกัน เมื่อคู่แข่งเลือกถอยแนวรับลงต่ำและปล่อยให้ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายครองบอล ปัญหาของทีมก็เริ่มปรากฏชัด
การเจาะทีมที่ตั้งรับลึกต้องอาศัยผู้เล่นริมเส้นที่สามารถเอาชนะคู่แข่งแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้ รวมถึงรูปแบบการสร้างโอกาสที่ทำซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทีมระดับท็อปอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล, บาเยิร์น มิวนิก และปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่างมีผู้เล่นริมเส้นที่สามารถสร้างความแตกต่างในสถานการณ์เหล่านี้ได้
แต่ยูไนเต็ดกำลังเจอปัญหาในจุดดังกล่าว
ฤดูกาลนี้ คาร์ริคมักใช้ระบบ 4-2-4 เมื่อทีมครองบอล โดยฟูลแบ็กสามารถขยับสูงขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับตัวริมเส้น อย่างไรก็ตาม เมื่อคู่แข่งบีบพื้นที่ตรงกลาง นักเตะอย่าง ลุค ชอว์, แพทริก ดอร์กู, ดีโอโก ดาโลต์ และเอ็มเบอโม่ อาจต้องเผชิญสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวในพื้นที่กว้าง ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นที่สุดของพวกเขา
ผลที่ตามมาคือเกมรุกมักถูกบีบให้ย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่ตรงกลาง
บรูโน่กับคุนญาเก่งเมื่อหันหน้าเข้าประตู แต่มีข้อจำกัดในพื้นที่แคบ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่การใช้ บรูโน่ แฟร์นันเดส และ มาเธอุส คุนญา เป็นคู่แนวรุกแบบอิสระ
ทั้งสองคนได้รับอนุญาตให้ถอยลงมาต่ำหรือขยับออกด้านข้างเพื่อเชื่อมเกม ทำให้ยูไนเต็ดสามารถสร้างสามเหลี่ยมร่วมกับฟูลแบ็กและผู้เล่นริมเส้นได้
แต่การเคลื่อนที่ลักษณะนี้ก็มีข้อเสีย เพราะเมื่อทั้งบรูโน่และคุนญาต่างถอยออกจากตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ยูไนเต็ดอาจเหลือผู้เล่นในกรอบเขตโทษน้อยเกินไปเมื่อบอลถูกเปิดเข้าไป
ทั้งสองคนยังมีความโดดเด่นมากกว่าเมื่อได้หันหน้าเข้าหาประตู มากกว่าการรับบอลโดยหันหลังให้แนวรับในพื้นที่แคบ
นี่จึงเป็นอีกคำตอบว่าเหตุใดการครองบอลมากไม่ได้หมายความว่ายูไนเต็ดจะสร้างโอกาสได้มากขึ้นเสมอไป
คาร์ริคให้อิสระเกมรุก แต่ต้องหาวิธีสร้างโอกาสที่แน่นอนกว่านี้
แนวทางของคาร์ริคเน้นฟุตบอลที่เดินหน้าเร็ว มีความกล้าเล่น และเปิดพื้นที่ให้นักเตะตัดสินใจด้วยตัวเอง
บรูโน่คือหนึ่งในนักเตะที่ได้รับประโยชน์จากแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยคาร์ริคต้องการสร้างโครงสร้างให้ทีม แต่ก็เปิดโอกาสให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกสใช้ความคิดสร้างสรรค์ในพื้นที่สุดท้าย
แนวทางดังกล่าวทำให้ยูไนเต็ดมีความยืดหยุ่น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจทำให้ทีมต้องพึ่งพาการตัดสินใจเฉพาะหน้าของนักเตะมากเกินไป
ทีมที่ประสบความสำเร็จในการเจาะเกมรับต่ำมักมีรูปแบบการสร้างโอกาสที่ชัดเจน เช่น การสลับตำแหน่ง การสร้างพื้นที่ด้านข้าง การโจมตี Half-space หรือการดึงแนวรับออกจากตำแหน่ง ก่อนจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่อันตราย
ยูไนเต็ดมีนักเตะที่มีคุณภาพ แต่ยังต้องหาวิธีทำให้การสร้างโอกาสเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
แมนยูเคยมีลูกตั้งเตะเป็นทางออก แต่ฤดูกาลนี้ยังไม่เหมือนเดิม
อีกหนึ่งปัจจัยที่เคยช่วยแก้ปัญหาเกมรุกของยูไนเต็ดคือ ลูกตั้งเตะ
นับตั้งแต่คาร์ริคเข้ารับตำแหน่ง 56% ของประตูแรกที่ทีมทำได้มาจากลูกเตะมุม ฟรีคิก หรือจุดโทษ ขณะที่อีก 28% มาจากลูกโหม่งของ คาเซมิโร
การได้ประตูขึ้นนำมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อคู่แข่งจำเป็นต้องเปิดเกมมากขึ้น พื้นที่ด้านหลังแนวรับก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และนั่นกลับเข้าทางสไตล์การเล่นของยูไนเต็ด
คาเซมิโรเคยทำไปถึง 9 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากลูกตั้งเตะ และช่วยให้ทีมมีอีกหนึ่งวิธีในการปลดล็อกแนวรับคู่แข่ง
แต่เมื่อประสิทธิภาพจากลูกตั้งเตะลดลง ปัญหาในการเจอทีมตั้งรับต่ำจึงชัดเจนขึ้น เพราะยูไนเต็ดไม่มี “ทางลัด” ในการเปิดเกมมากเท่าเดิม
เกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้สะท้อนจุดแข็งของยูไนเต็ดอย่างชัดเจน
เกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ล่าสุดเป็นตัวอย่างที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดี แม้ยูไนเต็ดจะพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 หลังเหลือผู้เล่น 10 คน แต่ เอนโซ มาเรสกา กุนซือซิตี้กลับมองว่าการโดนใบแดงทำให้เกมเปลี่ยนไปในอีกลักษณะหนึ่ง
เมื่อซิตี้ลดพื้นที่ด้านหลังแนวรับและถอยลงไป ยูไนเต็ดจึงมีพื้นที่สำหรับเกมสวนกลับน้อยลง
นั่นทำให้จุดแข็งของทีมลดลงทันที
ยูไนเต็ดมีความอันตรายเมื่อเกมเปิด มีพื้นที่ให้แรชฟอร์ด เอ็มเบอโม่ และผู้เล่นแนวรุกวิ่งเข้าโจมตี แต่เมื่อคู่แข่งปิดพื้นที่ดังกล่าว เกมของทีมก็เริ่มติดขัด
ทำไมแมนยูเล่นดีตอนไม่มีบอล? เปิดเหตุผลแท็กติกยุคไมเคิล คาร์ริค












