การเข้ามารับงานคุมทีมชาติเยอรมนีของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ได้มีเพียงเรื่องแท็กติกในสนามเท่านั้น แต่กุนซือวัย 59 ปีกำลังพยายามเปลี่ยนบรรยากาศรอบทีมชาติไปพร้อมกัน หลังอินทรีเหล็กเผชิญช่วงเวลาที่ผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวังในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ผ่านมา โดยภารกิจแรกคือการเปิดประตูให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่
คล็อปป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม และเริ่มต้นงานด้วยการเดินทางไปชมเกมลีก รวมถึงเยี่ยมชมสนามซ้อมหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อทำความรู้จักนักเตะด้วยตัวเอง ก่อนจะจัดทำรายชื่อผู้เล่นที่มีโอกาสถูกเรียกติดทีมมากถึง 57 คน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่า อดีตกุนซือลิเวอร์พูลต้องการเริ่มต้นใหม่กับทีมชาติเยอรมนี มากกว่าการยึดติดกับผู้เล่นชื่อดังเพียงไม่กี่คน
เจอร์เก้น คล็อปป์ เปิดทางดาวรุ่ง ทดลองทีมสองชุด
สิ่งที่สร้างความสนใจมากที่สุดในการเรียกตัวครั้งแรก คือการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองชุดที่แตกต่างกันเกือบทั้งหมด เพื่อใช้ในโปรแกรมทีมชาติ 4 นัดช่วงพักเบรกครั้งนี้
ชุดแรกมีแกนหลักอย่าง โยชัว คิมมิช, ไค ฮาแวร์ตซ์ และจามาล มูเซียลา เตรียมพบเนเธอร์แลนด์ที่โยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ก่อนกลับมาเล่นในบ้านพบกรีซ
ส่วนอีกชุดนำโดยฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และอเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช มีคิวพบเซอร์เบียและกรีซ โดยผู้รักษาประตูอย่างฟินน์ ดาห์เมน เป็นนักเตะเพียงรายเดียวที่ถูกเรียกอยู่ในทั้งสองชุด
แนวทางนี้ทำให้เยอรมนีไม่ได้ใช้ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดลงสนามทุกนัด แต่เปิดโอกาสให้นักเตะที่แทบไม่มีใครคาดคิดว่าจะติดทีมชาติได้เข้ามาแสดงศักยภาพ
หนึ่งในนั้นคือ เฟลิกซ์ ไคเดล แข้งวัย 23 ปีจากเอลเวอร์สแบร์ก ซึ่งเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดเยอรมนี ขณะที่ มิคา บัวร์, บัมบาเซ กอนเต, แม็กซ์ โรเซนเฟลเดอร์, ฟิลิปป์ ทรอย และวิตาลี ยาเนลท์ ก็ได้รับโอกาสเช่นกัน
คล็อปป์ขึ้นชื่อเรื่องการดึงศักยภาพนักเตะที่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นซูเปอร์สตาร์อยู่แล้ว สมัยคุมสโมสร เขาเคยพัฒนา ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ก จนก้าวขึ้นเป็นแบ็กขวาระดับแนวหน้าของยุโรป รวมถึงช่วยผลักดัน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ให้กลายเป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูล
อินทรีเหล็กยุคใหม่เน้นพลังหนุ่มและความกระตือรือร้น
ทีมชาติเยอรมนีชุดนี้มีอายุเฉลี่ยประมาณ 24-25 ปี ซึ่งถือว่าอายุน้อยกว่าทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
มานูเอล นอยเออร์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และปาสคาล โกรส ต่างยุติเส้นทางทีมชาติไปแล้ว ขณะที่ผู้เล่นวัย 30 ปีขึ้นไปหลายรายอาจไม่ได้รับโอกาสกลับมาติดทีมอีกครั้ง
โกรสยอมรับหลังเกมระดับสโมสรว่า ถึงเวลาที่เยอรมนีต้องเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ แม้ตัวเขาจะยังมีความสุขกับการเล่นฟุตบอลในระดับสโมสรอยู่ก็ตาม
คล็อปป์เองต้องการนักเตะที่มีความกระหายและพร้อมทุ่มเทเมื่อสวมเสื้อทีมชาติ เขาให้ความสำคัญกับพลังงาน ความฟิต และสภาพจิตใจ มากกว่าชื่อเสียงของนักเตะ
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้ทีมยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะผู้เล่นบางคนต้องปรับตัวเข้ากับแนวคิดใหม่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องการเพรสซิ่ง ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการเล่นที่พบเห็นในบุนเดสลีกา
คล็อปป์ต้องการให้ทีมเน้นการเข้ากดดันผู้เล่นที่ครองบอล และพยายามสร้างจำนวนผู้เล่นมากกว่าในบริเวณที่มีบอล ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของฟุตบอลที่เขาเคยใช้ประสบความสำเร็จ
คล็อปป์เตรียมลดความซับซ้อน เพิ่มเกมริมเส้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือแนวทางการครองบอลของเยอรมนีภายใต้คล็อปป์มีแนวโน้มจะเรียบง่ายขึ้น
ในยุคของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ทีมชาติเยอรมนีมีการปรับแท็กติกอย่างละเอียดเพื่อปกปิดจุดอ่อนบางส่วนของทีม แต่คล็อปป์ดูเหมือนต้องการลดความซับซ้อน และเน้นการเล่นริมเส้นมากขึ้น
ประสบการณ์จากลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถสร้างเกมรุกจากพื้นที่ด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และซาดิโอ มาเน่ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
สำหรับเยอรมนีในยุคใหม่ นักเตะอย่าง ซาอิด เอล มาลา จากโคโลญจน์ และเลนนาร์ท คาร์ล ดาวรุ่งวัย 18 ปีของบาเยิร์น มิวนิค จะได้รับโอกาสแสดงฝีเท้าบริเวณริมเส้น
นอกจากนี้ยังมี เดอร์รี เชอร์ฮานท์, คาริม อเดเยมี และเควิน ชาเดอ ซึ่งล้วนมีความเร็วและสามารถสร้างความแตกต่างในเกมรุกได้
แม้เยอรมนีจะทำผลงานน่าผิดหวังในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติช่วงที่ผ่านมา แต่ทีมยังมีนักเตะพรสวรรค์จำนวนมาก คล็อปป์จึงมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการสร้างทีมชุดใหม่
จากการสร้างกระแสนอกสนาม สู่บทพิสูจน์ในสนาม
นอกเหนือจากฟุตบอล คล็อปป์ยังพยายามสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างทีมชาติกับแฟนบอลเยอรมนี เขาเคยพูดถึงแนวคิดเรื่อง “ความรักชาติในเชิงบวก” และต้องการให้ธงชาติเยอรมนีกลับมาเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนรู้สึกภูมิใจร่วมกัน
คล็อปป์มองว่ากีฬาเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถสร้างความรู้สึกเป็นชุมชนได้ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของนักกีฬาเยอรมันในกีฬาประเภทต่าง ๆ รวมถึงผลงานของอเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟในเทนนิส
การสวมหมวกที่มีข้อความ “หนึ่งใน 83 ล้านคน” ระหว่างการแถลงข่าว ยังสะท้อนแนวคิดของเขาที่ต้องการให้ทีมชาติเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วประเทศเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนอกสนามกำลังจะหมดช่วงสำคัญ เพราะหลังจากนี้สายตาทั้งหมดจะหันกลับมาที่ผลงานในสนาม
การทดลองผู้เล่นจำนวนมาก การสร้างทีมอายุน้อย และการปรับแท็กติก จะต้องถูกพิสูจน์ด้วยผลการแข่งขันจริง และนั่นคือบททดสอบสำคัญของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในภารกิจกอบกู้ทีมชาติเยอรมนี
เจอร์เก้น คล็อปป์ ปฏิบัติการกู้ศรัทธาอินทรีเหล็ก เปิดทางดาวรุ่งลุยทีมชาติ












