DERBYMATH

ทันทุกข่าว อัพเดททุกวัน ทันกระเเสวงการฟุตบอลก่อนใคร

เครก เบลลามี ได้จุดเปลี่ยน! เวลส์คืนฟอร์มดับนอร์เวย์ ปลุกความหวังอีกครั้ง

เครก เบลลามี

เครก เบลลามี อาจได้คำตอบสำคัญจากเกมที่เวลส์เปิดบ้านเอาชนะนอร์เวย์ 2-1 หลังทีมเก็บชัยชนะนัดแรกในรอบ 7 เกม และเป็นครั้งแรกที่คว้าชัยในศึกเนชันส์ ลีก ระดับ A พร้อมหยุดแนวรุกที่มี เออร์ลิง ฮาลันด์ เป็นตัวชูโรงได้สำเร็จ ผลการแข่งขันครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าสามคะแนน เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นความเชื่อมั่นระหว่างทีมชาติและแฟนบอล

เครก เบลลามี พาเวลส์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เวลส์ได้ประตูจาก เนโก วิลเลียมส์ และ แดน เจมส์ ก่อนรักษาความได้เปรียบจนจบเกม แม้นอร์เวย์จะมีนักเตะระดับแนวหน้าของยุโรปอยู่ในทีม แต่เจ้าบ้านสามารถจำกัดอิทธิพลของฮาลันด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชัยชนะดังกล่าวยังมีความสำคัญในเชิงสถิติ เพราะเป็นเพียงครั้งที่สองนับตั้งแต่ยูโร 2016 ที่เวลส์สามารถเอาชนะทีมที่อันดับโลกสูงกว่าได้ในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ที่สำคัญกว่านั้นคือบรรยากาศในสนามกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับผลงานและทิศทางของทีมภายใต้การคุมทีมของเบลลามี

จากความผิดหวังฟุตบอลโลก สู่แรงกดดันของ เครก เบลลามี

เส้นทางของเบลลามีในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ราบรื่นนัก เวลส์พลาดโอกาสผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกจากการแพ้ดวลจุดโทษต่อบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในเดือนมีนาคม ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งซับซ้อนขึ้นจากข่าวความสนใจของเบิร์นลีย์ในช่วงเดือนมิถุนายน

บรรยากาศดังกล่าวส่งผลต่อความรู้สึกของแฟนบอลที่เคยตื่นเต้นกับการเริ่มต้นยุคเบลลามี หลังเขาพาทีมไม่แพ้ใครตลอด 9 เกมแรก พร้อมนำเสนอรูปแบบการเล่นที่มีพลังและสร้างความหวังให้กับทีมชาติ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลงานเริ่มสะดุด และความพ่ายแพ้ต่อเดนมาร์กยิ่งทำให้เสียงวิจารณ์ดังขึ้น หลายคนตั้งคำถามทั้งเรื่องแท็กติก การจัดการเกม และเอกลักษณ์ของทีมที่ดูเหมือนจะไม่ชัดเจนเหมือนในช่วงแรก

ก่อนเกมพบกับนอร์เวย์ เบลลามียอมรับตรง ๆ ว่าตัวเขาเองก็จำเป็นต้องพัฒนา พร้อมยืนยันว่าทีมต้องยกระดับผลงาน นั่นเป็นท่าทีที่สะท้อนถึงการยอมรับเสียงวิจารณ์และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหา

แฟนเวลส์ได้เห็นสิ่งที่รอคอย ทั้งผลงานและตัวตนของทีม

สิ่งที่ทำให้เกมกับนอร์เวย์แตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเพียงผลการแข่งขัน แต่รวมถึงวิธีการเล่นของเวลส์ด้วย ทีมกลับมาเล่นด้วยจังหวะที่เข้มข้น กล้าเดินหน้า และมีความดุดันมากขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แฟนบอลเคยเห็นในช่วงเริ่มต้นยุคเบลลามี

เบลลามีเปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยกับนักเตะเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่อง “ตัวตน” ของทีม เพื่อพยายามนำแนวทางที่เคยเป็นจุดเด่นกลับมาอีกครั้ง และภาพที่เกิดขึ้นในสนามก็สะท้อนว่าการพูดคุยดังกล่าวเริ่มเห็นผล

แม้เวลส์จะเสียประตูให้ ออสการ์ บ็อบบ์ ตั้งแต่นาทีที่ 11 แต่แฟนบอลไม่ได้หันหลังให้ทีม กลับส่งเสียงสนับสนุนต่อเนื่อง ขณะที่นักเตะก็เดินหน้าสู้จนพลิกสถานการณ์กลับมาได้

นี่คือสิ่งที่แตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา เพราะแฟนบอลไม่ได้ต้องการเพียงคำพูดหรือคำอธิบายอีกต่อไป แต่ต้องการเห็นการตอบสนองในสนาม และเกมนี้ทีมก็แสดงให้เห็นแล้ว

ชัยชนะเหนือ นอร์เวย์ จุดประกายความหวังให้เนชันส์ ลีก

ชัยชนะทำให้แคมเปญเนชันส์ ลีกของเวลส์กลับมามีความหมายอีกครั้ง ทั้งโอกาสรักษาสถานะในระดับ A และความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อการจัดอันดับก่อนการแข่งขันคัดเลือกยูโร 2028

เลียม คัลเลน ซึ่งเคยถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกลงสนาม ก็ทำผลงานได้ดี ขณะที่เนโก วิลเลียมส์สามารถแก้ตัวจากเกมที่ยากลำบากกับเดนมาร์กด้วยผลงานที่โดดเด่นในเกมนี้

อดีตนักเตะทีมชาติเวลส์อย่าง โจ เลดลีย์ มองว่าฟอร์มดังกล่าวทำให้เขาได้เห็นภาพของทีมในแบบที่เคยเกิดขึ้นช่วงเริ่มต้นการทำงานของเบลลามีอีกครั้ง ขณะที่ โรเบิร์ต เอิร์นชอว์ เชื่อว่าชัยชนะนี้เป็นสิ่งที่ทั้งกุนซือ นักเตะ และแฟนบอลต้องการ

อย่างไรก็ตาม ภารกิจยังไม่จบ เพราะเวลส์ต้องพบกับเดนมาร์กอีกครั้งในคาร์ดิฟฟ์วันอาทิตย์ ซึ่งจะเป็นบททดสอบทันทีว่าชัยชนะเหนือ นอร์เวย์ เป็นเพียงเกมที่ทำผลงานได้ดีหนึ่งนัด หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด