การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก ที่สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ ระหว่าง เรอัลมาดริด กับ เบนฟิก้า ต้องหยุดการแข่งขันชั่วคราว หลังเกิดเหตุร้องเรียนเรื่องการเหยียดเชื้อชาติจากฝั่งนักเตะทีมเยือน ก่อนที่เกมจะกลับมาแข่งต่อและจบลงด้วยชัยชนะของราชันชุดขาว 1-0
เหตุหยุดเกม 10 นาที หลังวินิซิอุสร้องเรียนผู้ตัดสิน
ช่วงครึ่งหลังหลังจากเรอัล มาดริดได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะยิงสุดสวยของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในนาทีที่ 50 สถานการณ์ในสนามเริ่มตึงเครียด เมื่อมีวัตถุบางอย่างถูกขว้างลงมาจากอัฒจันทร์ขณะเจ้าตัวฉลองประตูใกล้ธงมุมสนาม
ต่อมาวินิซิอุสได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ตัดสิน ฟรองซัวส์ เลเท็กซิเยร์ พร้อมชี้ไปยังฝั่งนักเตะคู่แข่ง โดยอ้างว่าถูกเหยียดเชื้อชาติจากผู้เล่นเบนฟิก้า ก่อนที่ผู้ตัดสินจะใช้ท่าทางกอดอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านการเหยียดผิวตามแนวทางของฟีฟ่า และสั่งหยุดการแข่งขันทันที
นักเตะเรอัล มาดริดเดินออกจากสนามเพื่อแสดงจุดยืน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยเพื่อควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาราว 10 นาที ก่อนจะกลับมาแข่งขันต่อได้อีกครั้งในนาทีที่ 60
เรอัลมาดริดบุกชนะเบนฟิก้า คว้าชัย ท่ามกลางดราม่าเหยียดผิว
หลังเกมกลับมาแข่งขันต่อ ทั้งสองทีมยังคงเปิดเกมสู้กันอย่างเข้มข้น ก่อนครบ 90 นาที และทดเวลาบาดเจ็บยาวกว่า 10 นาที โดยไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้ เรอัลมาดริด เป็นฝ่ายบุกชนะ 1-0 ตุนความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นเลกสองในสเปน
ภายหลังจบเกม วินิซิอุสได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงจุดยืนต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขาในอาชีพค้าแข้ง ขณะที่สมาคมฟุตบอลบราซิลออกแถลงการณ์สนับสนุนการตัดสินใจของนักเตะรายนี้ที่เปิดใช้งานขั้นตอนต่อต้านการเลือกปฏิบัติ
เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำปัญหาการเหยียดผิวในวงการฟุตบอลยุโรปที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นประเด็นสำคัญควบคู่ไปกับผลการแข่งขันของเกมนี้ ซึ่งชัยชนะของ เรอัลมาดริด ถูกพูดถึงไม่แพ้ดราม่านอกสนาม
เกมเดือดลิสบอน! เรอัลมาดริดบุกชนะเบนฟิก้า แต่ต้องหยุดแข่งหลังวินิซิอุสแจ้งถูกเหยียดผิว

