แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเผชิญภาระทางการเงินครั้งใหญ่ โดย แมน ยูมีหนี้ 1 พันล้านปอนด์ แม้สโมสรจะเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องภายใต้การบริหารของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ พร้อมประกาศรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 677.6 ล้านปอนด์ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของแฟนบอลต่อการลงทุนในทีมชุดใหญ่และแผนสร้างสนามแห่งใหม่
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนภาพการเงินของปีที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจน เพราะแม้ยูไนเต็ดจะสามารถพลิกจากการขาดทุน 113.2 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2023-24 มาเป็นกำไรจากการดำเนินงาน 22.6 ล้านปอนด์ แต่หนี้สินรวมของสโมสรยังอยู่ในระดับเกิน 1 พันล้านปอนด์
แมน ยูมีหนี้ 1 พันล้านปอนด์ แม้รายได้ทำสถิติใหม่
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดเผยตัวเลขรายได้ 677.6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของสโมสร แม้ทีมจะไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 22.6 ล้านปอนด์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรก็ลดลง โดยค่าเหนื่อยรวมล่าสุดอยู่ที่ 302 ล้านปอนด์ ลดลง 11.3 ล้านปอนด์
สโมสรระบุว่าการลดค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างทีมชุดใหญ่ รวมถึงมาตรการลดจำนวนพนักงานในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเลิกจ้างไปแล้วประมาณ 450 ตำแหน่งจากการปรับโครงสร้างสองระลอก
อย่างไรก็ตาม ภาระด้านการเงินกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนทางการเงินสุทธิอยู่ที่ 69.6 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นถึง 228.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
แมนยูใช้เงิน 63.5 ล้านปอนด์ซื้อที่ดินสร้างสนามใหม่
อีกประเด็นสำคัญคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดเผยว่าได้นำเงิน 63.5 ล้านปอนด์ไปใช้ซื้อที่ดินสำหรับโครงการสนามแห่งใหม่ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของแผนพัฒนาพื้นที่รอบโอลด์ แทรฟฟอร์ด
เงินก้อนดังกล่าวมาจากการรีไฟแนนซ์ในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งทำให้หนี้เดิมของสโมสรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 94.1 ล้านปอนด์ โดยยูไนเต็ดไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเงินส่วนที่เหลือถูกนำไปใช้กับอะไร
สนามแห่งใหม่ซึ่งมีแผนตั้งอยู่ห่างจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดในปัจจุบันประมาณ 350 หลา คาดว่าจะมีต้นทุนก่อสร้างมากกว่า 2 พันล้านปอนด์ และเป็นส่วนสำคัญของแผนฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสนาม
หลังจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน หนี้ก้อนหลักของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดประกอบด้วยหนี้เดิมประมาณ 577.6 ล้านปอนด์ รวมถึงวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนที่ค้างอยู่ 111.4 ล้านปอนด์ และภาระค่าธรรมเนียมการซื้อขายนักเตะที่ยังไม่ได้ชำระ
เมื่อรวมภาระทั้งหมดแล้ว ตัวเลขหนี้สินของสโมสรยังคงสูงกว่า 1 พันล้านปอนด์ แม้จะลดลงจากระดับประมาณ 1.3 พันล้านปอนด์เมื่อสิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
แฟนบอลแมนยูตั้งคำถาม หลังทุ่มเงินเสริมทีมไม่มากพอ
สถานการณ์ทางการเงินเกิดขึ้นในช่วงที่แฟนบอลจำนวนมากแสดงความไม่พอใจกับการเสริมทัพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงซัมเมอร์
สโมสรใช้เงินประมาณ 148 ล้านปอนด์กับนักเตะใหม่ 3 ราย ได้แก่ คาร์ลอส บาเลบา, อันเดรย์ ซานโตส และยูริ ตีเลอมันส์ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเงินที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ใช้เสริมทีมถึง 458 ล้านปอนด์ และยังต่ำกว่าบางสโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีก
จุดที่แฟนบอลกังวลคือการไม่มีแบ็กซ้ายเข้ามาเพิ่มเพื่อแข่งขันกับ ลุค ชอว์ ซึ่งพลาดลงสนามไปแล้ว 3 นัดจากปัญหาอาการบาดเจ็บ รวมถึงการไม่มีตัวเลือกเพิ่มเติมในแดนหน้าเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของ เบนจามิน เซสโก้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้เหตุผลว่าเงินทุนส่วนหนึ่งถูกกันไว้สำหรับโครงการสนามใหม่ ขณะที่เงินกู้ที่ใช้ในโครงการดังกล่าวยังถูกบันทึกอยู่ในบัญชีของสโมสร
แมนยูยืนยันเดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่าย
โอมาร์ เบร์ราดา ซีอีโอของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุว่าสถิติรายได้สะท้อนถึงพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของสโมสร พร้อมยืนยันว่าจะยังคงบริหารการเงินอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ยูไนเต็ดระบุว่าการบริหารงบประมาณในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มุ่งเฉพาะทีมชายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทีมฟุตบอลหญิงด้วย แม้ทีมฟุตบอลหญิงของสโมสรจะออกสตาร์ตฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกหญิงได้ไม่ดีนัก โดยมีเพียง 1 คะแนนจาก 3 นัด และรั้งอยู่บริเวณท้ายตาราง
การลดค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของแรตคลิฟฟ์นับตั้งแต่เข้ามามีบทบาทในการบริหารสโมสร โดยมีทั้งการลดจำนวนพนักงานและการปรับโครงสร้างภายในเพื่อควบคุมต้นทุน
แมน ยูมีหนี้ 1 พันล้านปอนด์! เปิดตัวเลขการเงิน แม้รายได้ทุบสถิติ












