ไมเคิล ดัฟฟ์ ได้เริ่มต้นความท้าทายครั้งใหม่ในอาชีพกุนซือ หลังแบรดฟอร์ด ซิตี้ประกาศแต่งตั้งอดีตนายใหญ่ไวคอมบ์ วันเดอเรอร์ส เข้ามารับตำแหน่งด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง พร้อมภารกิจสำคัญในการรักษาผลงานของทีมที่กำลังลุ้นเลื่อนชั้นจากลีกวัน
กุนซือวัย 48 ปีเข้ามาแทนที่เกรแฮม อเล็กซานเดอร์ ซึ่งตัดสินใจย้ายไปรับงานคุมเปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ในแชมเปียนชิพ ทำให้แบรดฟอร์ดต้องเร่งหาตัวแทนในช่วงที่ฤดูกาลกำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น
ปัจจุบันแบรดฟอร์ดรั้งอันดับ 2 ของลีกวัน มี 16 คะแนนเท่ากับพลีมัธ อาร์ไกล์ จ่าฝูง แต่ลงเล่นน้อยกว่าหนึ่งนัด
ไมเคิล ดัฟฟ์ พร้อมสานต่อรากฐานของทีมชุดเดิม
ภารกิจแรกของดัฟฟ์คือการรักษาแนวทางการเล่นที่อเล็กซานเดอร์วางเอาไว้ มากกว่าการเข้ามาปรับเปลี่ยนทีมครั้งใหญ่ในทันที
แบรดฟอร์ดประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยฟุตบอลที่เน้นพลังและความเข้มข้น ภายใต้ระบบ 3-4-3 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนจากลีกทูขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหัวตารางลีกวัน
ดัฟฟ์ยืนยันว่าเขาต้องการรักษาความต่อเนื่องของทีม และไม่คิดเปลี่ยนทุกอย่างเพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองเข้ามารับงานใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่างดัฟฟ์กับอเล็กซานเดอร์ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจ เพราะทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันสมัยค้าแข้งกับเบิร์นลีย์ ทำให้ดัฟฟ์รู้จักแนวคิดของกุนซือคนก่อนเป็นอย่างดี
เป้าหมายสำคัญคือการต่อยอดสิ่งที่สร้างเอาไว้แล้ว และพยายามผลักดันแบรดฟอร์ดให้เข้าใกล้การเลื่อนชั้นสู่แชมเปียนชิพมากที่สุด
จากเชลท์แน่ม สู่บททดสอบครั้งใหม่กับแบรดฟอร์ด
ดัฟฟ์มีประสบการณ์คุมทีมในฟุตบอลอังกฤษมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มสร้างชื่อจากการพาเชลท์แน่ม ทาวน์ เลื่อนชั้นจากลีกทูตั้งแต่การคุมทีมครั้งแรก
หลังจากนั้นเขาพาทีมจบอันดับ 15 ในลีกวัน ฤดูกาล 2021-22 ซึ่งถือเป็นอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรในลีกอังกฤษ ก่อนย้ายไปรับงานกับบาร์นสลีย์
บาร์นสลีย์จบฤดูกาลในอันดับ 4 ของลีกวัน แต่พลาดตั๋วเลื่อนชั้นในรอบเพลย์ออฟ หลังแพ้เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่ดัฟฟ์จะได้รับโอกาสคุมสวอนซี ซิตี้ในแชมเปียนชิพ
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่สวอนซีไม่เป็นไปตามคาด และเขาถูกปลดหลังทำงานได้เพียง 6 เดือนในเดือนธันวาคม 2023
ดัฟฟ์กลับมารับงานในยอร์กเชียร์กับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ในเดือนพฤษภาคม 2024 แต่เส้นทางก็จบลงในเดือนมีนาคมปีถัดมา หลังทีมแพ้ 4 จาก 5 นัด
ดัฟฟ์ ต้องเร่งสร้างผลงานกับแบรดฟอร์ด
งานล่าสุดของดัฟฟ์เกิดขึ้นกับไวคอมบ์ วันเดอเรอร์ส ซึ่งแต่งตั้งเขาเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน หลังทีมออกสตาร์ตฤดูกาลโดยยังไม่ชนะใคร
เขาพาไวคอมบ์จบฤดูกาลในอันดับ 11 แต่หลังจากเปิดซีซัน 2026-27 ด้วยการเสมอ 3 นัดและแพ้ 2 นัดจาก 5 เกมแรก สโมสรตัดสินใจแยกทางกับเขาเมื่อเดือนที่แล้ว
ตอนนี้ดัฟฟ์จึงมีโอกาสเริ่มต้นใหม่กับแบรดฟอร์ด ซึ่งสถานการณ์แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะทีมกำลังอยู่ในกลุ่มลุ้นเลื่อนชั้นและเพิ่งจบฤดูกาลก่อนด้วยอันดับ 4 ของลีกวัน
อย่างไรก็ตาม การเข้ามารับงานกลางฤดูกาลทำให้เขาต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการรักษามาตรฐานของทีมที่กำลังทำผลงานได้ดี
เกมแรกของดัฟฟ์ในฐานะกุนซือแบรดฟอร์ดจะเกิดขึ้นในบ้านพบเลย์ตัน โอเรียนต์ ในลีกวันวันเสาร์นี้
ก่อนหน้านั้นเขาจะได้ชมลูกทีมใหม่จากข้างสนามในเกมอีเอฟแอล โทรฟี พบโรเธอร์แฮม ยูไนเต็ด เนื่องจากยังติดโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนามหนึ่งนัดจากช่วงที่อยู่กับไวคอมบ์
ไมเคิล ดัฟฟ์ รับงานใหม่! แบรดฟอร์ด ซิตี้ตั้งกุนซือคนใหม่ ลุยเป้าคืนแชมเปียนชิพ












