การย้ายทีมของ โวลเทมาเด กลายเป็นภาพสะท้อนชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในถิ่นนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เมื่อกองหน้าร่างยักษ์ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมได้เพียงหนึ่งฤดูกาล กลับต้องออกจากสโมสรด้วยสัญญายืมตัวไปยูเวนตุสในวันเดียวกับที่ทีมเปิดตัว มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด แนวรุกคนใหม่
ตลาดซื้อขายครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเสริมผู้เล่น แต่เป็นการปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ ตั้งแต่ตำแหน่งกุนซือไปจนถึงแกนหลักในสนาม และนิวคาสเซิลต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน
การย้ายทีมของ โวลเทมาเด สะท้อนการเปลี่ยนแนวทางของนิวคาสเซิล
นิวคาสเซิลเดินหน้าเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ภายใต้การคุมทีมของ มัทธีอัส ไจส์เซิล หลัง เอ็ดดี้ ฮาว อำลาตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม และสโมสรเลือกเปลี่ยนทิศทางด้วยการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ก่อนเปิดฤดูกาลเพียงไม่กี่สัปดาห์
ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดอยู่ที่ข้างสนาม เมื่อ บรูโน่ กิมาไรส์ กัปตันทีมและหนึ่งในหัวใจสำคัญของแดนกลางย้ายออกจากสโมสร ขณะที่ผู้เล่นตัวหลักอีกหลายรายก็ทยอยแยกทาง
ในทางกลับกัน นิวคาสเซิลเสริมผู้เล่นใหม่ถึง 8 ราย และทำลายสถิติของสโมสรทั้งในด้านเงินที่ใช้ซื้อผู้เล่นและรายได้จากการขายนักเตะภายในตลาดเดียว
หนึ่งในภาพที่ชัดเจนที่สุดคือ การย้ายทีมของ โวลเทมาเด ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสะท้อนว่าแผนงานของไจส์เซิลอาจแตกต่างจากแนวทางเดิมพอสมควร
โวลเทมาเดมีรูปร่างสูงใหญ่และมีจุดเด่นด้านการเล่นในพื้นที่อันตราย แต่ไจส์เซิลต้องการแนวรุกที่มีความเร็วและสามารถเร่งเกมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เขามองเห็นในเฟร์นานเดซ-ปาร์โด
นิวคาสเซิลเปลี่ยนแผน หลังเสียแกนหลักหลายราย
จุดเริ่มต้นของการปรับทีมเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่อ คีแรน ทริปเปียร์ ประกาศเตรียมอำลาสโมสรหลังหมดสัญญา
แม้กองหลังชาวอังกฤษจะอยู่ในช่วงปลายอาชีพ แต่บทบาทของเขาภายในทีมยังมีความสำคัญอย่างมาก การจากไปจึงไม่ได้กระทบเฉพาะเรื่องในสนาม แต่ยังรวมถึงประสบการณ์และภาวะผู้นำในห้องแต่งตัว
ต่อมา แอนโธนี กอร์ดอน และ ซานโดร โตนาลี ก็ย้ายออกจากทีม โดยการขายผู้เล่นเหล่านี้ช่วยให้นิวคาสเซิลสามารถบริหารบัญชีให้สอดคล้องกับกฎการเงิน และนำเงินกลับมาใช้ในการสร้างทีมใหม่
อย่างไรก็ตาม การเสียกิมาไรส์เป็นสิ่งที่สโมสรไม่ได้วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรก ก่อนที่กองกลางบราซิลจะย้ายไปร่วมทีมอาร์เซนอลด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนิวคาสเซิลเพิ่งเสีย อเล็กซานเดอร์ อิซัค ให้ลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน ทำให้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี สโมสรต้องปล่อยผู้เล่นตัวหลักออกจากทีมถึง 4 ราย
นอกจากนี้ นิวคาสเซิลยังพลาดเป้าหมายในตลาดซื้อขายอีกหลายคน แต่ฝ่ายบริหารยืนยันมาตลอดว่าแผนการเสริมทีมไม่ควรถูกตัดสินจากดีลใดดีลหนึ่ง
สามแข้งใหม่เปลี่ยนบรรยากาศช่วงท้ายตลาด
สถานการณ์เริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของตลาด เมื่อ นิวคาสเซิลคว้าตัว อามาร์ เดดิช, นิโก กอนซาเลซ และเฟร์นานเดซ-ปาร์โดเข้ามาเสริมทีม
การมาถึงของสามนักเตะดังกล่าวช่วยเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการเสริมทัพของสโมสรอย่างมาก โดยเฉพาะหลังนิวคาสเซิลทำผลงานน่าประทับใจในช่วงต้นฤดูกาล
ทีมของไจส์เซิลเสมอลิเวอร์พูล 2-2 ก่อนบุกเอาชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลและลดความกังวลที่เกิดขึ้นในช่วงตลาดซื้อขาย
หนึ่งในจุดที่น่าสนใจคือสไตล์ของเฟร์นานเดซ-ปาร์โด ซึ่งเข้ากับฟุตบอลที่เน้นการวิ่งและการเพรสซิ่งของไจส์เซิลมากขึ้น
นิวคาสเซิลเป็นทีมที่ทำสถิติวิ่งสปรินต์สูงสุดในพรีเมียร์ลีกช่วงนัดเปิดฤดูกาลด้วยจำนวน 138 ครั้ง และไจส์เซิลก็ยกให้ความเร็วและความระเบิดพลังของแนวรุกคนใหม่เป็นคุณสมบัติสำคัญ
โวลเทมาเดย้ายไปยูเวนตุส เปิดทางให้แนวรุกสไตล์ใหม่
การย้ายทีม จึงมีความหมายมากกว่าการปล่อยนักเตะหนึ่งรายออกจากทีม เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้นิวคาสเซิลปรับรูปแบบเกมรุกตามแนวคิดของกุนซือคนใหม่
โวลเทมาเดเคยสร้างความประทับใจในช่วงต้นกับนิวคาสเซิล หลังย้ายมาร่วมทีมเมื่อซัมเมอร์ก่อน แต่เมื่อทีมเปลี่ยนกุนซือและแนวทางการเล่น ความต้องการในตำแหน่งแนวรุกก็เปลี่ยนตามไปด้วย
การปล่อยดาวยิงเจ้าของสถิติสโมสรออกไปแบบยืมตัวกับยูเวนตุสในวันเดียวกับการเปิดตัวเฟร์นานเดซ-ปาร์โด จึงเป็นภาพที่สะท้อนทิศทางใหม่ของทีมได้อย่างชัดเจน
สำหรับนิวคาสเซิล ความท้าทายต่อจากนี้คือการทำให้ผู้เล่นอายุน้อยจำนวนมากสามารถปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ความคาดหวังจากแฟนบอลยังคงสูง
ฤดูกาลใหม่ของนิวคาสเซิลยังเต็มไปด้วยคำถาม
แม้ตลาดซื้อขายจะปิดลงพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือผลงานในสนาม
ไจส์เซิลต้องพิสูจน์ว่าการปรับทีมครั้งนี้สามารถยกระดับนิวคาสเซิลได้จริง โดยเฉพาะหลังสโมสรจบฤดูกาลก่อนด้วยอันดับ 12 ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังและส่งผลต่อรายได้จากฟุตบอลยุโรป
การเริ่มต้นที่ดีจากเกมพบลิเวอร์พูลและท็อตแน่มช่วยสร้างความหวังกลับคืนมา แต่ฤดูกาลยังอีกยาวไกล และทีมที่เปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ย่อมต้องเจอกับช่วงขึ้นลงระหว่างทาง
สิ่งหนึ่งที่ไจส์เซิลมั่นใจคือทีมของเขายังมีความเชื่อมั่น และไม่มีใครสามารถพรากความหวังนั้นไปได้
การย้ายทีมของ โวลเทมาเด สะเทือนนิวคาสเซิล! ปิดฉากดีลยูเวนตุส ท่ามกลางยุคใหม่ของทีม











