DERBYMATH

ทันทุกข่าว อัพเดททุกวัน ทันกระเเสวงการฟุตบอลก่อนใคร

ทำไมเชลซี ต้องการประตูคนใหม่? มาร์ติเนซประเดิมเฝ้าเสา แต่ปัญหาเกมรับยังไม่จบ

ทำไมเชลซี ต้องการประตูคนใหม่

ทำไมเชลซี ต้องการประตูคนใหม่ กลายเป็นคำถามที่ได้รับคำตอบชัดเจนขึ้น หลัง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ นายทวารทีมชาติอาร์เจนตินา ถูกส่งลงสนามทันทีหลังย้ายจากแอสตัน วิลลา และช่วยให้เชลซีเปิดบ้านเฉือน ไบรท์ตัน 4-3 แต่ชัยชนะสุดระทึกกลับสะท้อนว่าปัญหาในเกมรับของทีมไม่ได้อยู่ที่ผู้รักษาประตูเพียงตำแหน่งเดียว

มาร์ติเนซเพิ่งผ่านการตรวจร่างกายและมีเวลาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเต็มรูปแบบเพียงครั้งเดียว ก่อนถูก ชาบี อลอนโซ่ ส่งลงเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่สองของฤดูกาล

แม้เชลซีจะเก็บชัยชนะและรักษาสถิติชนะรวดได้ แต่การเสีย 3 ประตูในเกมเดียวทำให้ทีมเสียไปแล้ว 5 ลูกจาก 2 นัดแรก ขณะที่เกมรุกกลับทำผลงานโดดเด่นด้วยการยิงได้ถึง 7 ประตู

ทำไมเชลซี ต้องการประตูคนใหม่ และมาร์ติเนซช่วยอะไรได้บ้าง?

การดึง มาร์ติเนซ เข้ามาในราคา 7.5 ล้านปอนด์ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังผลงานของ โรเบิร์ต ซานเชซ เริ่มสร้างความกังวลให้ทีมงานเชลซี

ซานเชซเป็นมือหนึ่งของทีมมาตั้งแต่ย้ายจากไบรท์ตันในปี 2023 และแม้สถิติหลายด้านจะไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับผู้รักษาประตูพรีเมียร์ลีก แต่ปัญหาความผิดพลาดส่วนบุคคลยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ

เกมกับฟูแล่มก่อนหน้านี้เป็นตัวอย่างล่าสุด เมื่อซานเชซมีส่วนกับสองจังหวะเสียประตู จนทำให้สถานการณ์ในตำแหน่งผู้รักษาประตูเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในทางสถิติ มาร์ติเนซมีตัวเลขหลายด้านที่เหนือกว่าซานเชซในฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งจำนวนประตูที่เสีย เปอร์เซ็นต์การเซฟ การป้องกันประตูเมื่อเทียบกับคุณภาพของโอกาสยิง รวมถึงความแม่นยำในการเล่นบอลด้วยเท้า

นอกจากนี้ ประสบการณ์ของมาร์ติเนซยังถือเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะเขาเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 กับอาร์เจนตินา รวมถึงรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของฟีฟ่า 2 ครั้ง และเพิ่งมีส่วนช่วยแอสตัน วิลลาคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก

อลอนโซ่จึงตัดสินใจใช้งานเขาทันที โดยมองว่าบุคลิกและประสบการณ์ของมาร์ติเนซสามารถเพิ่มความมั่นใจให้แนวรับเชลซีได้

มาร์ติเนซมาแล้ว แต่เกมรับเชลซียังน่าห่วง

แม้การมาของมาร์ติเนซจะช่วยเพิ่มคุณภาพในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่เกมกับไบรท์ตันแสดงให้เห็นว่าเชลซียังมีปัญหาที่ต้องแก้มากกว่านั้น

ทีมของอลอนโซ่ครองบอลเพียง 25.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดในเกมลีกที่กุนซือชาวสเปนเคยคุมทีมกับเชลซี, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และเรอัล มาดริด

เชลซียังผ่านบอลสำเร็จเพียง 146 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนต่ำที่สุดของสโมสรในเกมพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2003-04

ปัญหาอีกจุดคือการรับมือกับลูกตั้งเตะและการป้องกันในแดนกลาง เมื่อทีมไม่สามารถครองบอลเพื่อควบคุมจังหวะเกมได้ แนวรับจึงต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

การเปลี่ยนระบบมาใช้กองหลังสามคนก็ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดย เวสลีย์ โฟฟานา, มักเซนซ์ ลาครัวซ์ และ เลวี โคลวิลล์ ต่างมีจังหวะที่ดูไม่มั่นคงในเกมกับไบรท์ตัน

ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ เชลซีไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 18 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1960

เกมรุกแข็งแกร่ง แต่เชลซีต้องยกระดับเกมรับ

สิ่งที่ทำให้เชลซียังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมคือศักยภาพในเกมรุก

ทีมยิงไปแล้ว 7 ประตูจาก 2 เกมแรก โดยมีทั้ง โคล พาลเมอร์ และ ชูเอา เปโดร เป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์โอกาส ขณะที่แนวรุกชุดใหม่สามารถสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม หากเชลซีต้องการก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก การชนะด้วยสกอร์สูงอย่างต่อเนื่องอาจไม่ใช่สูตรที่ยั่งยืน

การเสีย 5 ประตูจาก 2 นัด และไม่สามารถควบคุมเกมได้ในบางช่วง เป็นสัญญาณว่าอลอนโซ่จำเป็นต้องหาสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับให้ได้โดยเร็ว

สถานการณ์ในแดนกลางก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอนาคตของ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ที่ยังตกเป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากมิดฟิลด์รายนี้ย้ายออก เชลซีก็จำเป็นต้องหาตัวแทนที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้แนวรับถูกเปิดพื้นที่มากเกินไป

บททดสอบใหญ่รออยู่ที่อาร์เซนอล

ชัยชนะเหนือไบรท์ตันทำให้เชลซีเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เกมต่อไปจะเป็นบททดสอบที่ยากขึ้น เมื่อพวกเขาต้องบุกเยือนอาร์เซนอล

เกมดังกล่าวจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับแนวรับของอลอนโซ่ และเป็นโอกาสให้มาร์ติเนซแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเข้ามาแก้ปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตูได้มากน้อยเพียงใด

ทำไมเชลซี ต้องการประตูคนใหม่ กลายเป็นคำถามที่ได้รับคำตอบชัดเจนขึ้น หลัง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ นายทวารทีมชาติอาร์เจนตินา ถูกส่งลงสนามทันทีหลังย้ายจากแอสตัน วิลลา และช่วยให้เชลซีเปิดบ้านเฉือน ไบรท์ตัน 4-3 แต่ชัยชนะสุดระทึกกลับสะท้อนว่าปัญหาในเกมรับของทีมไม่ได้อยู่ที่ผู้รักษาประตูเพียงตำแหน่งเดียว

มาร์ติเนซเพิ่งผ่านการตรวจร่างกายและมีเวลาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเต็มรูปแบบเพียงครั้งเดียว ก่อนถูก ชาบี อลอนโซ่ ส่งลงเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่สองของฤดูกาล

แม้เชลซีจะเก็บชัยชนะและรักษาสถิติชนะรวดได้ แต่การเสีย 3 ประตูในเกมเดียวทำให้ทีมเสียไปแล้ว 5 ลูกจาก 2 นัดแรก ขณะที่เกมรุกกลับทำผลงานโดดเด่นด้วยการยิงได้ถึง 7 ประตู

ทำไมเชลซี ต้องการประตูคนใหม่ และมาร์ติเนซช่วยอะไรได้บ้าง?

การดึง มาร์ติเนซ เข้ามาในราคา 7.5 ล้านปอนด์ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังผลงานของ โรเบิร์ต ซานเชซ เริ่มสร้างความกังวลให้ทีมงานเชลซี

ซานเชซเป็นมือหนึ่งของทีมมาตั้งแต่ย้ายจากไบรท์ตันในปี 2023 และแม้สถิติหลายด้านจะไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับผู้รักษาประตูพรีเมียร์ลีก แต่ปัญหาความผิดพลาดส่วนบุคคลยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ

เกมกับฟูแล่มก่อนหน้านี้เป็นตัวอย่างล่าสุด เมื่อซานเชซมีส่วนกับสองจังหวะเสียประตู จนทำให้สถานการณ์ในตำแหน่งผู้รักษาประตูเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในทางสถิติ มาร์ติเนซมีตัวเลขหลายด้านที่เหนือกว่าซานเชซในฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งจำนวนประตูที่เสีย เปอร์เซ็นต์การเซฟ การป้องกันประตูเมื่อเทียบกับคุณภาพของโอกาสยิง รวมถึงความแม่นยำในการเล่นบอลด้วยเท้า

นอกจากนี้ ประสบการณ์ของมาร์ติเนซยังถือเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะเขาเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 กับอาร์เจนตินา รวมถึงรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของฟีฟ่า 2 ครั้ง และเพิ่งมีส่วนช่วยแอสตัน วิลลาคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก

อลอนโซ่จึงตัดสินใจใช้งานเขาทันที โดยมองว่าบุคลิกและประสบการณ์ของมาร์ติเนซสามารถเพิ่มความมั่นใจให้แนวรับเชลซีได้

มาร์ติเนซมาแล้ว แต่เกมรับเชลซียังน่าห่วง

แม้การมาของมาร์ติเนซจะช่วยเพิ่มคุณภาพในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่เกมกับไบรท์ตันแสดงให้เห็นว่าเชลซียังมีปัญหาที่ต้องแก้มากกว่านั้น

ทีมของอลอนโซ่ครองบอลเพียง 25.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดในเกมลีกที่กุนซือชาวสเปนเคยคุมทีมกับเชลซี, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และเรอัล มาดริด

เชลซียังผ่านบอลสำเร็จเพียง 146 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนต่ำที่สุดของสโมสรในเกมพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2003-04

ปัญหาอีกจุดคือการรับมือกับลูกตั้งเตะและการป้องกันในแดนกลาง เมื่อทีมไม่สามารถครองบอลเพื่อควบคุมจังหวะเกมได้ แนวรับจึงต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

การเปลี่ยนระบบมาใช้กองหลังสามคนก็ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดย เวสลีย์ โฟฟานา, มักเซนซ์ ลาครัวซ์ และ เลวี โคลวิลล์ ต่างมีจังหวะที่ดูไม่มั่นคงในเกมกับไบรท์ตัน

ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ เชลซีไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 18 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1960

เกมรุกแข็งแกร่ง แต่เชลซีต้องยกระดับเกมรับ

สิ่งที่ทำให้เชลซียังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมคือศักยภาพในเกมรุก

ทีมยิงไปแล้ว 7 ประตูจาก 2 เกมแรก โดยมีทั้ง โคล พาลเมอร์ และ ชูเอา เปโดร เป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์โอกาส ขณะที่แนวรุกชุดใหม่สามารถสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม หากเชลซีต้องการก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก การชนะด้วยสกอร์สูงอย่างต่อเนื่องอาจไม่ใช่สูตรที่ยั่งยืน

การเสีย 5 ประตูจาก 2 นัด และไม่สามารถควบคุมเกมได้ในบางช่วง เป็นสัญญาณว่าอลอนโซ่จำเป็นต้องหาสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับให้ได้โดยเร็ว

สถานการณ์ในแดนกลางก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอนาคตของ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ที่ยังตกเป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากมิดฟิลด์รายนี้ย้ายออก เชลซีก็จำเป็นต้องหาตัวแทนที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้แนวรับถูกเปิดพื้นที่มากเกินไป

บททดสอบใหญ่รออยู่ที่อาร์เซนอล

ชัยชนะเหนือไบรท์ตันทำให้เชลซีเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เกมต่อไปจะเป็นบททดสอบที่ยากขึ้น เมื่อพวกเขาต้องบุกเยือนอาร์เซนอล

เกมดังกล่าวจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับแนวรับของอลอนโซ่ และเป็นโอกาสให้มาร์ติเนซแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเข้ามาแก้ปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตูได้มากน้อยเพียงใด

หากเชลซีสามารถลดจำนวนโอกาสและประตูที่เสีย พร้อมกับรักษาประสิทธิภาพของเกมรุกเอาไว้ได้ พวกเขาจะมีเหตุผลมากขึ้นในการถูกมองว่าเป็นผู้ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก

แต่หากยังต้องพึ่งการยิงประตูจำนวนมากเพื่อเอาตัวรอดจากเกมที่ควรควบคุมได้ คำถามเกี่ยวกับความพร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์ก็จะยังคงอยู่

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด