DERBYMATH

ทันทุกข่าว อัพเดททุกวัน ทันกระเเสวงการฟุตบอลก่อนใคร

ไมค์ ดีน เปิดเบื้องหลังสุดแปลก เคยท้าตัวเองระหว่างเกมว่าใครจะไม่เป่านกหวีดได้นานที่สุด

ไมค์ ดีน

ไมค์ ดีน อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกชื่อดัง เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังการทำหน้าที่ในสนามแบบที่แฟนฟุตบอลอาจคาดไม่ถึง เมื่อยอมรับว่าในสมัยที่ยังเป่านกหวีด เขาเคยตั้ง “มินิเกม” ท้าทายตัวเองระหว่างการแข่งขันเพื่อความสนุก ทั้งการพยายามไม่เป่านกหวีดให้นานที่สุด และการยืนอยู่ในวงกลมกลางสนามโดยไม่ก้าวออกมา

เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยระหว่างที่ ดีน ไปปรากฏตัวในพอดแคสต์ของเจมี วาร์ดี โดยเจ้าตัวเล่าว่าในยุคก่อนมี VAR เขาและเพื่อนผู้ตัดสินเคยหยอกล้อกันด้วยการตั้งเป้าว่าจะปล่อยให้เกมดำเนินไปได้นานแค่ไหนโดยไม่ต้องเป่านกหวีด

ไมค์ ดีน เคยท้าตัวเองไม่เป่านกหวีดนานถึง 25 นาที

ดีนเผยว่า บางครั้งเขาจะเริ่มเกมแล้วลองจับเวลาแบบเล่น ๆ ว่าจะสามารถปล่อยเกมให้ดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องหยุดการแข่งขันได้นานแค่ไหน

อดีตผู้ตัดสินรายนี้ระบุว่า เขาเคยทำเช่นนั้นหลายครั้งในพรีเมียร์ลีก และมีบางเกมที่สามารถปล่อยให้การแข่งขันดำเนินไปประมาณ 20-25 นาทีโดยไม่เป่านกหวีดเลย

นอกจากนั้น ดีน ยังมีความท้าทายอีกอย่างที่ฟังดูแปลกไม่แพ้กัน นั่นคือการพยายามยืนอยู่ในวงกลมกลางสนามให้นานที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องออกไปใกล้จังหวะปะทะหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบสนาม

เจ้าตัวเล่าว่าเคยทำได้นานประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะถึงจุดที่จำเป็นต้องเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ดังกล่าว

ดีนย้ำว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องหยอกล้อเพื่อสร้างความสนุกระหว่างการทำงาน ไม่ใช่แนวทางที่ใช้เพื่อควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการตัดสินการแข่งขัน

คำพูดของ ดีนถูกตั้งข้อสงสัยจากวงการผู้ตัดสิน

แม้เรื่องดังกล่าวจะถูกเล่าในลักษณะเกร็ดเบื้องหลังอาชีพผู้ตัดสิน แต่คำพูดของดีนก็ได้รับความสนใจจากวงการฟุตบอลไม่น้อย โดยมีรายงานว่าบุคลากรในแวดวงผู้ตัดสินมองว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่มีมูล และหากเกิดขึ้นจริงก็อาจย้อนกลับไปถึงยุคก่อนการใช้ VAR

ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนปี 2019 ซึ่งระบบและโครงสร้างการกำกับดูแลผู้ตัดสิน รวมถึงผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบการตัดสินผ่านวิดีโอ ยังแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก

ชื่อของ ดีน เองก็เคยตกเป็นประเด็นในเรื่องการตัดสินมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ในเกมพรีเมียร์ลีกระหว่างเชลซีกับท็อตแนมเมื่อเดือนสิงหาคม 2022

ดราม่า VAR กับจังหวะดึงผมคูคูเรยา

ในเกมที่เชลซีเสมอท็อตแนม 2-2 ดีนรับหน้าที่เป็น VAR และไม่ได้แนะนำให้ผู้ตัดสินในสนามอย่างแอนโธนี เทย์เลอร์เข้าไปดูภาพเหตุการณ์บริเวณจอ แม้มีจังหวะที่คริสเตียน โรเมโร ดึงผมของมาร์ก กูกูเรยา

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในจังหวะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฤดูกาล เพราะหลายฝ่ายมองว่าโรเมโรควรถูกลงโทษจากพฤติกรรมดังกล่าว

หลังแขวนธง ดีน ออกมาอธิบายว่า เขาเลือกไม่ส่งเทย์เลอร์ไปดูจอ VAR เพราะไม่ต้องการเพิ่มแรงกดดันให้เพื่อนร่วมอาชีพที่เขาสนิทสนมด้วย

คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้บทบาทของผู้ตัดสิน VAR ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องความเป็นกลางและการตัดสินใจในจังหวะสำคัญของการแข่งขัน

จากผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกสู่บทบาท VAR

ดีนมีเส้นทางในวงการผู้ตัดสินยาวนานถึง 28 ปี เริ่มต้นทำหน้าที่ตั้งแต่ปี 1985 ก่อนขยับขึ้นมาทำงานในฟุตบอลลีกอังกฤษในปี 1995 และก้าวเข้าสู่พรีเมียร์ลีกในปี 2000

ตลอดอาชีพ เขาลงทำหน้าที่ในเกมพรีเมียร์ลีกมากกว่า 550 นัด และได้รับเลือกให้เป็นผู้ตัดสินเกมสำคัญหลายรายการ รวมถึงเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 2008 และลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 2011 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามเวมบลีย์

ดีนยุติบทบาทผู้ตัดสินในสนามในปี 2022 ก่อนทำงานเต็มเวลาในตำแหน่ง VAR ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล และปิดฉากอาชีพอย่างเป็นทางการหลังฤดูกาล 2022-23

ปัจจุบัน อดีตผู้ตัดสินวัย 58 ปียังคงปรากฏตัวในสื่อฟุตบอลอยู่เป็นระยะ และมักสร้างความสนใจจากเรื่องราวเบื้องหลังวงการผู้ตัดสิน รวมถึงมุมมองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีก

#อัพเดททันทุกข่าวบาส
#อัพเดทข่าวบอลโลก
#ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด