จากอดีตผู้รักษาประตูระดับฟุตบอลนอกลีกในอิตาลี สู่กุนซือวัยเพียง 37 ปีที่กำลังได้รับการจับตามองในยุโรป เส้นทางของ ฟรานเชสโก ฟาริโอลี เดินทางมาถึงบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อเขาเตรียมนำปอร์โตลงสนามพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เอสตาดิโอ โด ดราเกา วันอังคารนี้
ฟาริโอลีเพิ่งพาปอร์โตคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกสเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และยังคว้าแชมป์โปรตุกีส ซูเปอร์ คัพได้อีกหนึ่งรายการในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้เกมกับแมนฯ ซิตี้กลายเป็นเวทีสำคัญในการพิสูจน์ฝีมือของกุนซือหนุ่มรายนี้ในระดับสูงสุดของยุโรป
เส้นทางของเขาไม่ใช่การก้าวขึ้นมาจากสโมสรใหญ่โดยตรง แต่เริ่มต้นจากงานโค้ชในตุรกี ก่อนจะค่อย ๆ สร้างชื่อจากผลงานกับนีซ, อาแจ็กซ์ และล่าสุดคือปอร์โต
ฟรานเชสโก ฟาริโอลี สร้างชื่อจากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครคาดคิด
ก่อนจะกลายเป็นกุนซือที่ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำ ฟรานเชสโก ฟาริโอลี เคยเป็นผู้รักษาประตูในฟุตบอลนอกลีกของอิตาลี และยังทำงานด้านวิเคราะห์แท็กติกผ่านแพลตฟอร์มโค้ชอย่าง Wyscout
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อโรแบร์โต เด แซร์บี ซึ่งปัจจุบันคุมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดโอกาสให้เขาเข้าร่วมทีมงานเบเนเวนโต ก่อนพาไปทำงานร่วมกันที่ซาสซูโอโล
ฟาริโอลีเริ่มต้นในบทบาทโค้ชผู้รักษาประตู ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าสู่งานบริหารทีมเต็มตัวในตุรกีเมื่อปี 2021 กับฟาติห์ คารากุมรุก และต่อด้วยอาลันยาสปอร์
จากนั้นเขาค่อย ๆ ยกระดับชื่อเสียงด้วยผลงานกับนีซในฝรั่งเศส และอาแจ็กซ์ในเนเธอร์แลนด์ แม้ช่วงเวลากับอาแจ็กซ์จะจบลงอย่างน่าผิดหวัง หลังทีมพลาดแชมป์เอเรดิวิซีในวันสุดท้ายของฤดูกาล
ประสบการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ฟาริโอลีมองหาสโมสรที่มีความต้องการจะกลับมายืนในจุดสูงสุดอีกครั้ง และเขาพบสิ่งนั้นที่ปอร์โต
ความสัมพันธ์กับอังเดร วิลลาช-โบอาช ประธานสโมสร ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาเลือกอยู่กับทีมต่อ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวเชื่อมโยงกับตำแหน่งว่างของเชลซี ลิเวอร์พูล และเรนเจอร์สก็ตาม
ฟาริโอลี วางระบบปอร์โตด้วยบอลครองเกมและเพรสซิ่ง
สิ่งที่ทำให้ ฟาริโอลี โดดเด่นไม่ได้มีเพียงอายุหรือเส้นทางอาชีพที่รวดเร็ว แต่คือแนวคิดฟุตบอลที่ชัดเจน
ทีมของเขาเน้นการครองบอลอย่างมีโครงสร้าง พร้อมใช้การเพรสซิ่งสูงเพื่อบีบพื้นที่ของคู่แข่ง และพยายามแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุดหลังเสียการครอบครอง
ปอร์โตเริ่มต้นฤดูกาลนี้ด้วยการชนะ 5 นัดรวดในลีก และเสียเพียงประตูเดียว ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบเกมรับที่ฟาริโอลีวางเอาไว้
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่ต้องการให้ถูกนิยามว่าเป็นโค้ชที่เน้นเกมรับ เพราะหัวใจสำคัญของระบบคือการเชื่อมโยงเกมรุกกับเกมรับเข้าด้วยกัน
เมื่อปอร์โตครองบอล นักเตะหลายคนจะยืนอยู่ใกล้พื้นที่คู่แข่ง ขณะเดียวกันแนวรับและมิดฟิลด์ตัวรับจะรักษาตำแหน่งเพื่อเตรียมรับมือกับการสวนกลับ
นั่นหมายความว่าเมื่อเสียบอล นักเตะที่อยู่ใกล้บอลสามารถเข้าไล่กดดันทันที และพยายามหยุดคู่แข่งก่อนที่เกมสวนกลับจะเริ่มต้นอย่างเต็มรูปแบบ
ฟาริโอลีมองว่าเกมรับที่ดีไม่ได้เริ่มต้นหลังจากเสียบอลเท่านั้น แต่เกิดจากวิธีที่ทีมเลือกโจมตีคู่แข่งตั้งแต่แรก
เพรสซิ่งของปอร์โตคืออาวุธสำคัญรับมือแมนฯ ซิตี้
ระบบของฟาริโอลีจะถูกทดสอบอย่างจริงจังเมื่อต้องเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องการครองบอลและการเล่นจากแดนหลัง
ปอร์โตไม่ได้เพียงพยายามบังคับให้คู่แข่งเตะบอลยาว แต่บางจังหวะจะเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นบอลเข้าสู่แดนกลาง ก่อนใช้การเพรสซิ่งเข้ารุมแย่งบอลในจุดที่ต้องการ
เมื่อสามารถแย่งบอลได้ในพื้นที่สูง นักเตะปอร์โตจะมีโอกาสโจมตีแนวรับที่ยังจัดระเบียบไม่ทัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของฟุตบอลที่ฟาริโอลีนำมาต่อยอดตั้งแต่ช่วงทำงานในตุรกี
การทำงานดังกล่าวต้องอาศัยทั้งความเข้าใจแท็กติกและจังหวะการเคลื่อนที่ของผู้เล่น ฟาริโอลีจึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์วิดีโอ การแก้ไขข้อผิดพลาด และการสื่อสารระหว่างนักเตะอย่างมาก
นอกจากนี้ เขายังเคยใช้แบบสอบถามแบบไม่ระบุชื่อเพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับแท็กติกของทีม ซึ่งสะท้อนแนวทางการบริหารที่ผสมผสานระหว่างเรื่องฟุตบอลและการจัดการคน
จากแชมป์โปรตุเกส สู่บทพิสูจน์ครั้งใหญ่ในแชมเปียนส์ลีก
ปอร์โตมีประวัติศาสตร์ในเวทียุโรปที่ไม่ธรรมดา โดยเคยคว้าแชมป์ยุโรปภายใต้การคุมทีมของโชเซ มูรินโญ ในปี 2004 ดังนั้นการรับมือแมนเชสเตอร์ ซิตี้จึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสโมสร แม้ฟาริโอลีจะเพิ่งได้สัมผัสแชมเปียนส์ลีกในฐานะเฮดโค้ชเป็นครั้งแรก
ผลงานในประเทศทำให้ความมั่นใจของทีมอยู่ในระดับสูง การคว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ตามด้วยการออกสตาร์ตซีซันใหม่อย่างแข็งแกร่ง ทำให้ปอร์โตมีเหตุผลที่จะเชื่อว่าพวกเขาสามารถสร้างปัญหาให้ทีมของคู่แข่งได้
สำหรับฟาริโอลี เกมนี้จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวในรายการใหญ่ เพราะมันคือโอกาสพิสูจน์ว่าระบบฟุตบอลที่เขาสร้างขึ้นสามารถรับมือกับหนึ่งในทีมระดับแนวหน้าของยุโรปได้หรือไม่
ฟรานเชสโก ฟาริโอลี จากโค้ชลีกนอกสู่แชมเปียนส์ลีก ลุ้นพาปอร์โตเซอร์ไพรส์แมนฯ ซิตี้











