ฟีฟ่าเสนอเงิน 40 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับสมาคมฟุตบอลสมาชิกแต่ละประเทศ หากลงมติสนับสนุนแผนปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ขององค์กร ซึ่งมีเป้าหมายเปิดทางให้นักลงทุนภายนอกเข้าถือหุ้นในบริษัทที่บริหารการแข่งขันรายการสำคัญ รวมถึงศึกฟุตบอลโลก
ข้อเสนอดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนทันที หลังหลายองค์กรฟุตบอลระดับนานาชาติออกมาแสดงความกังวลว่า แนวทางนี้อาจเปลี่ยนทิศทางของวงการฟุตบอล และกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลของฟีฟ่าในระยะยาว
ฟีฟ่าเสนอเงิน 40 ล้าน พร้อมกำหนดเส้นตายให้ชาติสมาชิกตัดสินใจ
จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอลทั้ง 211 ชาติสมาชิก ระบุว่าหากตอบรับข้อเสนอภายในวันที่ 19 กันยายน แต่ละชาติจะได้รับเงินสนับสนุนเบื้องต้น 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ก่อนจะได้รับเงินรวมสูงสุด 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แผนดังกล่าวมีเป้าหมายจัดตั้งบริษัทลูกด้านการพาณิชย์ เพื่อบริหารสิทธิ์เชิงธุรกิจของรายการแข่งขันระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก และเปิดโอกาสให้นักลงทุนเอกชนเข้าซื้อหุ้นบางส่วน ซึ่งฟีฟ่าประเมินว่าอาจสร้างเม็ดเงินได้สูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อินฟานติโนยืนยันว่า โครงการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้และนำเงินกลับไปพัฒนาฟุตบอลในทุกภูมิภาคของโลก พร้อมระบุว่าเป็นหน้าที่ของประธานฟีฟ่าที่ต้องนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตของวงการฟุตบอล
ยูฟ่าและหลายชาติไม่เห็นด้วย ชี้กระบวนการขาดความโปร่งใส
แม้ฟีฟ่าจะมองว่าเป็นโครงการแห่งอนาคต แต่ข้อเสนอดังกล่าวกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ที่ออกแถลงการณ์คัดค้าน พร้อมระบุว่า ฟีฟ่ากำลังใช้ฟุตบอลเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางฝ่าย มากกว่าจะคำนึงถึงประโยชน์ของสโมสร นักเตะ แฟนบอล และสมาคมสมาชิก
ยูฟ่ายังเตรียมเรียกประชุมฉุกเฉินกับสมาชิกทั้ง 55 ประเทศ เพื่อหารือมาตรการตอบโต้ และมีรายงานว่าความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตรรายการของฟีฟ่าอาจถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา หากแผนดังกล่าวเดินหน้าต่อ
ด้านสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เปิดเผยว่า ไม่เคยได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการนี้ และแสดงความกังวลต่อกระบวนการตัดสินใจที่ขาดการปรึกษาหารือกับชาติสมาชิก
หลายองค์กรฟุตบอลทั่วโลกร่วมตั้งคำถาม
นอกจากยูฟ่าแล้ว องค์กรฟุตบอลจากหลายภูมิภาค ทั้ง คอนคาเคฟ (Concacaf), สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC), สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส รวมถึงองค์กรตัวแทนนักเตะโลก FIFPRO ต่างออกมาเรียกร้องให้ฟีฟ่าทบทวนข้อเสนอดังกล่าว
หลายฝ่ายมองว่าการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาถือครองสิทธิ์ในรายการแข่งขันระดับโลก อาจส่งผลต่อการบริหารจัดการฟุตบอลในอนาคต รวมถึงกระทบต่อสวัสดิภาพนักกีฬา ปฏิทินการแข่งขัน และโครงสร้างการกำกับดูแลของวงการฟุตบอล
ขณะเดียวกัน ฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกา แสดงความคิดเห็นว่า แผนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าสมัยใหม่ มากกว่าการปฏิรูปองค์กรอย่างแท้จริง
ฟีฟ่ายืนยันเดินหน้า แม้เสียงคัดค้านเพิ่มขึ้น
แม้จะเผชิญแรงต้านจากหลายฝ่าย แต่ฟีฟ่ายังคงยืนยันว่าการสร้างรายได้เพิ่มเติมถือเป็นแนวทางสำคัญในการขยายโอกาสให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกได้รับการสนับสนุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังเรียกร้องให้ฟีฟ่าเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดอย่างโปร่งใส พร้อมจัดให้มีการหารือร่วมกับทุกภาคส่วน ก่อนดำเนินการในประเด็นที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการฟุตบอลโลก
ฟีฟ่าเสนอเงิน 40 ล้านดอลลาร์แลกเสียงสนับสนุน แผนขายสิทธิ์ฟุตบอลโลก จุดชนวนวิจารณ์ทั่ววงการ











