มาเรสก้า เปิดใจ ถึงความท้าทายครั้งสำคัญในชีวิต หลังได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาคุมทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือผู้พาสโมสรประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าการรับช่วงต่อจากหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดของโลกไม่ใช่งานง่าย แต่ถือเป็นเกียรติสูงสุดในอาชีพ
กุนซือชาวอิตาเลียน ซึ่งเคยทำงานเป็นผู้ช่วยของกวาร์ดิโอล่าในฤดูกาลที่แมนฯ ซิตี้คว้า “ทริปเปิลแชมป์” กล่าวว่า เขาไม่ได้รู้สึกกดดันกับการถูกนำไปเปรียบเทียบ เพราะเข้าใจดีว่าความสำเร็จของเป๊ปเป็นมาตรฐานระดับสูงที่ทุกคนยอมรับ
“ผู้คนอาจนำผลงานของผมไปเทียบกับเป๊ปตั้งแต่ 10 นัดแรก แต่สำหรับผม นั่นไม่ใช่แรงกดดัน เพราะเขาคือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในรอบ 15-20 ปีที่ผ่านมา”
มาเรสก้า เปิดใจ ถึงบทเรียนจากเป๊ป แต่พร้อมสร้างทีมในสไตล์ของตัวเอง
ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มาเรสก้าได้เดินทางไปพบกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เมืองบาร์เซโลนา เพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
แม้จะรับฟังคำแนะนำจากอดีตเจ้านาย แต่เขายืนยันว่าต้องการเข้ามาศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อสร้างแนวทางการทำทีมที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคใหม่ คือการเลือกใช้ห้องทำงานของผู้ช่วยโค้ชคนเดิม แทนที่จะย้ายเข้าไปใช้ห้องของกวาร์ดิโอล่า ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้องประชุม เพื่อแสดงถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของสโมสร
ในช่วงพักงานก่อนรับตำแหน่ง มาเรสก้ายังใช้เวลาศึกษาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านหลักสูตรเฉพาะทาง เพราะเชื่อว่าองค์ความรู้ใหม่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมฟุตบอลยุคปัจจุบันได้
แนวทางการเล่นใหม่ พร้อมยกระดับลูกตั้งเตะของแมนฯ ซิตี้
หนึ่งในประเด็นที่ เปิดใจ คือการเปลี่ยนแปลงของพรีเมียร์ลีกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเขามองว่าหลายทีมให้ความสำคัญกับลูกตั้งเตะและการเพรสซิ่งแบบประกบตัวต่อตัวมากขึ้น
เขายกตัวอย่างความสำเร็จของอาร์เซนอลเมื่อฤดูกาลก่อน ที่ทำประตูจากลูกตั้งเตะได้จำนวนมาก พร้อมยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จำเป็นต้องพัฒนาจุดนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
แม้รูปแบบการแข่งขันในลีกจะเปลี่ยนไป แต่เจ้าตัวยังคงเชื่อว่าพรีเมียร์ลีกคือการแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ทั้งในแง่คุณภาพนักเตะ ผู้จัดการทีม และมาตรฐานการบริหารลีก
ปัญหาเลือกกัปตันทีมใหม่ และอนาคตของโรดรี้
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกุนซือวัย 46 ปี คือการแต่งตั้งกัปตันทีมคนใหม่ หลัง แบร์นาร์โด ซิลวา อำลาสโมสร
ปัจจุบันกลุ่มผู้นำของทีมประกอบด้วย รูเบน ดิอาส, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ โรดรี้ ซึ่งยังมีอนาคตไม่แน่นอน หลังตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากบาร์เซโลนา
มาเรสก้ายอมรับว่า ฮาแลนด์มีคุณสมบัติความเป็นผู้นำ แต่ก็พูดติดตลกว่า หากดาวยิงชาวนอร์เวย์เป็นกัปตันทีม อาจเกิดปัญหาในช่วงฉลองประตู เพราะกัปตันของเขามีหน้าที่ต้องรีบมารับคำสั่งจากข้างสนามทันทีหลังทีมทำประตูได้
นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่าจะเพิ่มนักเตะอังกฤษเข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้นำของทีม เพื่อสร้างสมดุลภายในห้องแต่งตัว
ความท้าทายของยุคใหม่ที่เริ่มต้นแล้ว
แม้เพิ่งเริ่มต้นงานกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ มาเรสก้าต้องเผชิญหลายเรื่องสำคัญพร้อมกัน ทั้งการกำหนดระบบการเล่น การแต่งตั้งกัปตันทีม การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของโรดรี้ รวมถึงการเลือกผู้เล่นตัวจริงก่อนเปิดฤดูกาล
ทั้งหมดนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากุนซือชาวอิตาเลียนสามารถพาทีมเดินหน้าต่อจากยุคแห่งความสำเร็จของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้หรือไม่
มาเรสก้า เปิดใจ รับงานต่อจากเป๊ปไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมเผยแผนสร้างแมนฯ ซิตี้ ยุคใหม่











