โรดริโก เอร์นานเดซ กัสกันเต เตรียมเปิดฉากความท้าทายครั้งใหม่ในอาชีพ หลังบาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลงคว้าตัวกองกลางทีมชาติสเปนจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวประมาณ 65 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญากับยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุญญาเป็นเวลา 4 ปี
การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นการกลับคืนสู่ฟุตบอลสเปนของ โรดรี นับตั้งแต่เจ้าตัวอำลาแอตเลติโก มาดริด เพื่อไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2019 โดยตลอด 7 ปีในอังกฤษ เขากลายเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่โดดเด่นที่สุดของยุค
โรดริโก เอร์นานเดซ กัสกันเต พร้อมเริ่มต้นความท้าทายครั้งใหม่
โรดรีวัย 30 ปี เปิดเผยความรู้สึกหลังย้ายสู่บาร์เซโลนาว่า เขารู้สึกตื่นเต้นกับช่วงใหม่ของอาชีพ และต้องการสัมผัสความท้าทายที่แตกต่างออกไปอีกครั้ง
เจ้าตัวมองว่าบาร์เซโลนาเป็นสโมสรที่มีความทะเยอทะยาน และเป็นทีมที่เหมาะกับบุคลิกของเขา พร้อมตั้งเป้าช่วยต้นสังกัดใหม่ประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่จะถึง
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือการได้ร่วมงานกับ ฮันซี ฟลิค กุนซือชาวเยอรมัน ซึ่งโรดรีเชื่อว่าสไตล์การทำงานและแนวทางฟุตบอลที่แตกต่างจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จะช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าไปอีกระดับ
การกลับสู่ลาลีกาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนสโมสร แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ของ โรดริ ในทีมที่กำลังเดินหน้าสร้างยุคใหม่ของตัวเอง
จากแมนฯ ซิตี้ สู่บาร์เซโลนา ปิดฉาก 7 ปีแห่งความสำเร็จ
โรดรีอำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังลงสนามให้สโมสรไปถึง 298 นัด และคว้าแชมป์รายการใหญ่รวม 12 รายการ
ผลงานสำคัญของเขาประกอบด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีกคัพ 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของยุคแห่งความสำเร็จภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา
แม้สองฤดูกาลสุดท้ายในอังกฤษจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่โรดรีกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดกับทีมชาติสเปน และได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ หลังช่วยทีมคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่สอง
นั่นทำให้บาร์เซโลนามองเห็นคุณค่าของเขาอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องประสบการณ์ ความสามารถในการควบคุมจังหวะเกม และความเป็นผู้นำในแดนกลาง
บาร์เซโลนาต้องการอะไรจาก โรดริโก?
การคว้าตัว โรดริ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะบาร์เซโลนาต้องการเพิ่มตัวเลือกในแดนกลาง แต่สโมสรเชื่อว่าเขาสามารถเข้ามาเติมเต็มโครงสร้างทีมได้โดยตรง
อาการบาดเจ็บระยะยาวของ เฟรงกี เดอ ยอง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บาร์เซโลนาตัดสินใจเดินหน้าดีลนี้ ขณะที่ โรดรี สามารถทำหน้าที่เป็นกองกลางตัวคุมเกม ช่วยรักษาสมดุลระหว่างเกมรับและเกมรุก รวมถึงใช้ความสามารถด้านการจ่ายบอลเพื่อควบคุมจังหวะการแข่งขัน
ประสบการณ์ของเขายังมีความสำคัญอย่างมากต่อทีมที่มีผู้เล่นอายุน้อยหลายราย โดยเฉพาะในเกมระดับสูงและการแข่งขันหลายรายการตลอดฤดูกาล
บาร์เซโลนาจะต้องลงเล่นถึง 4 รายการ ทำให้การมีผู้เล่นระดับท็อปที่สามารถหมุนเวียนตำแหน่งและรับภาระหนักในแดนกลางได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
ดีลสำคัญที่อาจเปลี่ยนสมดุลฟุตบอลสเปน
ก่อนหน้านี้ โรดรีตกเป็นเป้าหมายของเรอัล มาดริดเช่นกัน แต่สุดท้ายทีมราชันชุดขาวถอนตัวจากการเจรจา เปิดทางให้บาร์เซโลนาเดินหน้าอย่างจริงจัง
บาร์เซโลนาต้องจ่ายค่าตัวมากกว่าข้อเสนอแรกที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้เคยปฏิเสธ โดยตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 65 ล้านปอนด์ และกลายเป็นหนึ่งในดีลที่น่าจับตามองที่สุดของตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์
การคว้าตัวมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนยังมีความหมายในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะนอกจากบาร์เซโลนาจะได้ผู้เล่นระดับโลกมาเสริมทีมแล้ว พวกเขายังสามารถตัดโอกาสไม่ให้คู่แข่งสำคัญอย่างเรอัล มาดริดได้ตัวหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของโลกไปครอง
ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ หลังเป๊ป กวาร์ดิโอลาอำลาตำแหน่งกุนซือ รวมถึงการเสียผู้เล่นประสบการณ์สูงหลายราย ทำให้การจากไปของโรดรีเป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญของทีม
แมนฯ ซิตี้ กับภารกิจสร้างทีมใหม่
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ใช้เงินจำนวนมากในการเสริมทัพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ด้วยค่าตัวประมาณ 116 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ ทีมยังเดินหน้าพูดคุยกับลีลล์เกี่ยวกับการคว้าตัว อายูบ บูอัดดี ดาวรุ่งทีมชาติโมร็อกโก และยังมีข่าวเชื่อมโยงกับ เอ็นโซ เฟร์นันเดซ ของเชลซี
อย่างไรก็ตาม การหาตัวแทนของ โรดริโก ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบทบาทของเขาในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตัดบอล แต่ยังรวมถึงการอ่านเกม การเชื่อมเกม และการกำหนดจังหวะการเล่นของทีม
โรดริโก เอร์นานเดซ กัสกันเต เปิดบทใหม่! บาร์เซโลนาปิดดีล 65 ล้านปอนด์ ดึงจากแมนฯ ซิตี้











